ทำความเข้าใจ การฝังยาคุมและยาคุมแต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

 
 
การฝังยาคุมและยาคุมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร

 

 

      การตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือการท้องไม่พร้อมนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะอาจจะก่อให้เกิดปัญหาต่อตนเอง ครอบครัว รวมถึงสังคมในอนาคตด้วย ดังนั้นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญก็คือการการป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ลักษณะนี้ขึ้น ซึ่งวิธีการป้องกันนั้นมีให้เลือกหลายวิธี โดยในวันนี้เราจะมาแนะนำการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ด้วยการใช้ยาคุมแบบต่างๆ โดยเฉพาะการฝังยาคุมที่มีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์น้อยมาก พร้อมแล้วไปดูรายละเอียดกันเลย


ฝังยาคุมคืออะไร

      การฝังยาคุม คือการป้องกันด้วยการใช้ยาคุมแบบฝัง ที่มีตัวยาสำหรับช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ ฝังเข้าที่บริเวณผิวหนังใต้ท้องแขน เพื่อให้ตัวยาค่อยๆ ซึมเข้าสู่ร่างกาย เป็นการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ที่สูงมาก และยังสามารถป้องกันได้ในระยะยาว ไม่ต้องเสียเวลาบ่อยๆ แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น ทั้งนี้การจะเลือกใช้ยาคุมแบบไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ซึ่งสิ่งที่เราต้องทราบในเบื้องต้นก็คือวิธีการใช้งานและการออกฤทธิ์ของยาคุมแต่ละชนิด

 

1. การใช้ยาคุมแบบฝัง
      ยาคุมแบบฝังจะมีลักษณะเป็นหลอดเล็กๆ ภายในมีฮอร์โมนโปรเจสตินบรรจุอยู่ เมื่อฝังยาคุมไปแล้ว ตัวยาจะช่วยไปยับยั้งการเจริญเติบโตของไข่ทำให้ไข่ฟ่อ ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นหนืดขัดขวางการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิจนไม่สามารถปฏิสนธิได้ จึงทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์นั่นเอง การฝังยาคุมถือเป็นวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก ทั้งยังออกฤทธิ์นานสามารถป้องกันได้ 3-5 ปี ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมกินยาเหมาะกับคนขี้ลืม มีอาการข้างเคียงน้อย หากต้องการถอดออกเมื่อไหร่ก็สามารถทำได้ง่าย และยังไม่มีผลต่อการผลิตน้ำนมสำหรับผู้ที่เลี้ยงดูบุตรอีกด้วย

ยาคุมแบบฝัง

 

2. ยาคุมชนิดเม็ด (Birth Control Pills)
       ยาคุมชนิดเม็ดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการกินยาเข้าไปเพื่อยับยั้งการตกไข่ ทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้นจนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ยาเม็ดแบบธรรมดา ในหนึ่งแผงใช้กินเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ใน 1 รอบเดือน ชนิดที่ 2 ก็คือ ยาเม็ดแบบฉุกเฉิน ซึ่งใน 1 แผง จะมีเพียง 2 เม็ดเท่านั้น ใช้ในกรณีฉุกเฉินที่เกิดการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่คาดคิดขึ้น ข้อเสียของยาคุมชนิดนี้คือหากลืมกินยาก็มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดการตั้งครรภ์ได้

 

ยาคุมแบบเม็ด


3. ยาคุมแบบฉีด (Injection Contraceptives)
      การใช้ยาคุมแบบฉีด เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยม เพราะไม่ต้องกลัวว่าจะลืมกินยา จึงเหมาะกับคนขี้ลืม และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง เป็นการยับยั้งการตกของไข่ ที่ทำให้เยื่อบุมดลูกบางจึงไม่เหมาะกับการฝังตัวของไข่ และยังทำให้มูกที่ปากมดลูกมีความเหนียวข้น จนอสุจิไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ แต่สามารถคุมกำเนิดได้ในระยะสั้นเพียง 1 -3 เดือนเท่านั้น และหากไม่ฉีดยาอย่างต่อเนื่องก็มีโอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้เช่นกัน

 

ยาคุมแบบฉีด

 

4. ยาคุมแบบห่วงอนามัย
      คือการใส่ห่วงเข้าไปในช่องคลอด โดยนิยมใช้อยู่สองแบบคือ แบบเคลือบทองแดง และแบบเคลือบฮอร์โมน ต้องใส่โดยแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง ประหยัดมีความปลอดภัย แต่ยุ่งยากในการตรวจดูว่าห่วงยังปกติดีหรือไม่ เพราะมีโอกาสที่ห่วงจะหลุดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการตั้งครรภ์ได้ จึงต้องหมั่นสังเกตอยู่เสมอ

 

ใส่ห่วงคุมกำเนิด

 


5. ยาคุมชนิดแผ่นแปะ (Birth Control Patch)
      ยาคุมชนิดแผ่นแปะ คือการแปะแผ่นที่มีตัวยาเป็นฮอร์โมนประเภทเดียวกับยาคุมชนิดเม็ดและยาคุมแบบฉีด  จึงมีกลไกการป้องกันการตั้งครรภ์ที่คล้ายกัน สามารถใช้แปะบริเวณผิวหนังตามส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อให้ตัวยาดูดซึมตัวเข้าในกระแสเลือด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินยาแต่ไม่เหมาะกันคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ

 

แผ่นแปะยาคุม

 


     ผ่านไปแล้วกับวิธีการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวด้วยการใช้ยาคุมแบบต่างๆ หากใครยังไม่มั่นใจว่าตัวเองเหมาะกับการใช้ยาคุมแบบไหน ก็ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อจะได้วางแผนอย่างเหมาะสม เพราะสุขภาพร่างกายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากผิดพลาดขึ้นมาก็อาจจะทำให้ชีวิตเกิดความยุ่งยากได้ สำหรับท่านที่สนใจคุมกำเนิดด้วยการฝังยาคุม อินทัชเมดิแคร์ พร้อมที่จะให้คำแนะนำโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีครบทุกสาขา พร้อมพยาบาลและสหวิชาชีพด้านต่างๆ ที่มีประสบการณ์ รอให้บริการเพื่อให้คุณมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากที่สุด


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722  กดโทรออก  

เพิ่มเพื่อน

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม