ข้อควรระวังในการฝังยาคุมที่ควรต้องรู้เอาไว้ 

 
        การฝังยาคุมเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพสูง มีข้อดีมากมาย สามารถป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ในระยะยาว เหมาะกับคนที่ต้องการความสะดวก ไม่มีเวลาไปพบแพทย์บ่อยๆ ด้วยข้อดีเหล่านี้จึงทำให้หลายคนสนใจที่จะป้องกันด้วยวิธีการนี้กันมากขึ้น จึงเกิดคำถามตามมาว่ามีข้อจำกัดอะไรเป็นพิเศษบ้างไหม ใครที่จะฝังยาคุมได้บ้าง ตนเองจะสามารถฝังยาคุมได้หรือไม่ เพราะองค์ประกอบที่เหมาะสมย่อมทำให้การป้องกันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ใครที่กำลังสงสัยเราไปหาคำตอบเรื่องนี้พร้อมกันเลย  

การใช้ยาคุมแบบฝังเหมาะกับใครบ้าง

การฝังยาคุมเหมาะกับสตรีวัยเจริญพันธุ์เกือบทุกคนที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะยาวต้องการเว้นระยะห่างของการมีบุตรโดยไม่ต้องกังวลที่จะต้องกินยา หรือไปฉีดยาคุมบ่อยๆ และยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการคุมกำเนิดในระยะสั้นแต่มักลืมกินยาอยู่เป็นประจำ เพราะการใช้ยาคุมฝังเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์นั้น มีข้อดีคือหากต้องการยุติการคุมกำเนิดก็สามารถถอดยาคุมออกได้ง่าย และสามารถเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์ได้เร็วกว่าการฉีดยาคุมเป็นอย่างมาก


ผู้ที่ไม่ควรฝังยาคุมกำเนิด

ผู้ที่ไม่ควรฝังยาคุมกำเนิด คือ สตรีที่กำลังตั้งครรภ์หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของยาคุมแบบฝัง หรือผู้ที่มีเนื้องอกที่ไวต่อโพรเจสเตอโรน มีความผิดปกติของหลอดเลือดและกำลังได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือมีภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน โรคมาเกรน โรคตับรุนแรง รวมถึงผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดโดยไม่ทราบสาเหตุด้วย ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมไม่ว่าจะเคยเป็นหรือกำลังเป็นอยู่ก็ตาม ผู้ที่มีความเสี่ยงดังกล่าวควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะตัดสินใจ  



ขั้นตอนการฝังยาคุมกำเนิด

หากผู้ที่จะฝังยาคุมมีความพร้อม แพทย์จะให้นอนบนเตียงแล้วกางแขนออกเพื่อทำการฆ่าเชื้อบริเวณท้องแขนด้านใน ห่างจากข้อพับประมาณ 8-10 เซนติเมตร  ส่วนใหญ่แพทย์จะฝังยาคุมข้างที่ไม่ถนัด โดยการเปิดปากแผลขนาดเล็กแล้วใช้อุปกรณ์สอดแท่งยาคุมฝังเข้าไปใต้ผิวหนัง เมื่อเรียบร้อยก็ปิดพลาสเตอร์ และใช้ผ้าพันแผลพันไว้ โดยไม่จำเป็นต้องเย็บปิดปากแผลให้ยุ่งยาก ใช้เวลาในการฝังยาเพียง10-20 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย สำหรับคนที่ต้องการป้องกันการตั้งครรภ์ 3 ปี จะใช้ยาคุมแบบฝังจำนวน 1 แท่ง และ 2 แท่ง สำหรับป้องกัน 5 ปี   



ข้อควรระวังในการฝังยาคุมกำเนิด

แม้จะมีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก แต่ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้หากไม่มั่นใจในคู่นอนของตนควรใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย และหากคลำดูบริเวณที่ฝังยาแล้วไม่พบแท่งยา แสดงว่าแท่งยาเกิดการเคลื่อนที่ ต้องให้แพทย์ถอดยาคุมออกแล้วฝังใหม่แทน อีกทั้งการใช้ยาเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกบ้างเล็กน้อย แม้จะกลับสู่ภาวะปกติเมื่อหยุดยา แต่ไม่เพิ่มความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน อย่างไรก็ควรรับประทานแคลเซียมให้เพียงพอไว้จะดีกว่า



            ทั้งนี้หากท่านต้องการใช้ยาคุมแบบฝัง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ แม้จะประเมินตนเองในเบื้องต้นมาแล้วว่ามีความเหมาะสมที่จะคุมกำเนิดด้วยการฝังยาคุม แต่สุดท้ายแล้วต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินว่าท่านมีความเหมาะสมเพียงใด เพื่อป้องกันอันตรายและความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ท่านใดที่ต้องการวางแผนครอบครัวและสนใจที่จะฝังยาคุมกำเนิด หรือถอดยาคุม อินทัชเมดิแคร์ มีทีมแพทย์เฉพาะทางและพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมจะให้คำแนะนำและให้บริการท่านด้วยความสะดวกรวดเร็วและได้รับความปลอดภัยมากที่สุด



สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก      

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม