ความรู้เบื้องต้นการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
 
 
 
 

      การตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานในบริษัทใหม่ หลายบริษัทมักขอใบรับรองแพทย์ หรือส่งตัวไปตรวจร่างกายเบื้องต้น เพื่อยืนยันว่าผู้สมัครมีร่างกายสมบูรณ์ไม่กระทบต่อการทำงาน การทราบรายละเอียดเบื้องต้นของโปรแกรมการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน จะช่วยให้คุณเตรียมตัวก่อนไปตรวจได้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น การตรวจบางรายการผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน

      อีกทั้งการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงานเป็นการได้รับประโยชน์ทั้งคู่ เพราะในมุมมองของบริษัทก็จะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเป็นหลักประกันว่าพนักงานคนนั้นจะไม่นำโรคร้ายต่าง ๆ ไปแพร่เชื้อ หรือไปแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อบุคคลอื่นในกรณีที่ตรวจพบสารเสพติด ซึ่งจะส่งผลเสียต่อภาพรวมของบริษัท ส่วนตัวพนักงานก็จะได้ทราบว่าตนเองมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรบ้างจะได้รักษาได้ทันท่วงที ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ให้เราหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพก่อนโรคลุกลาม

 รายละเอียดเบื้องต้นรายการตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
  • CBC (ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด)

ตรวจเพื่อดูเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ มีภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ หรือภาวะอื่นๆ ที่ดูได้จากความผิดปกติของเม็ดเลือด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น

  • Urinalysis (การตรวจปัสสาวะ)

เป็นการตรวจปัสสาวะทั้งกายภาพ,เคมี และส่องกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งสามารถตรวจพบภาวะหรือโรคต่างๆ ได้ เช่น นิ่วในทางเดินปัสสาวะ,ทางเดินปัสสาวะอักเสบติดเชื้อ,โรคไต เป็นต้น การตรวจพบสารต่างๆในปัสสาวะก็สามารถคัดกรองบอกความผิดปกติหรือสภาพร่างกายได้เบื้องต้น เช่น โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะหรืออักเสบติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ,ภาวะไตทำงานไม่ปกติ,โรคไต,ไตอักเสบ

  • Stool Examination (การตรวจอุจจาระ)

เป็นการตรวจลักษณะทั่วไปของอุจจาระ โปรโตซัว ตรวจหาไข่พยาธิต่างๆ เช่น พยาธิปากขอ,พยาธิใบไม้ในตับ,พยาธิไส้เดือน,พยาธิตัวตืด เป็นต้น รวมถึงเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดง เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร

  • Stool culture (การเพาะเชื้ออุจจาระ)

ตรวจเพื่อหาภาวะที่มีเลือดออกมาปนกับอุจจาระ ซึ่งพบได้ในโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร ริดสีดวงทวาร เป็นต้น

  • Chest X-ray (ตรวจเอกซเรย์ทรวงอก)

ตรวจเพื่อค้นหาโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรคปอด ตรวจหามะเร็งเริ่มแรกที่ปอด ตรวจหาโรคปอดที่เกิดจากการทำงาน รวมถึงตรวจหาการแพร่กระจายของโรคมาที่ปอด

  • Color Blindness Test (การตรวจตาบอดสี)

ตรวจเพื่อเป็นการทดสอบความสามารถในการมองเห็นสี มักใช้ในการตรวจคัดกรองตาบอดสีในเด็กและในผู้ที่ต้องประกอบอาชีพที่ต้องมีการมองเห็นสีที่ปกติ

  • Creatinine (ระดับการทำงานของไต)

เป็นของเสียที่เกิดจากการสลายกล้ามเนื้อ ที่สามารถตรวจพบได้ในเลือด และถูกขับออกทางไตด้วยปริมาณคงที่ในแต่ละวัน เมื่อไตทำงานผิดปกติก็จะส่งผลต่อการกำจัด creatinine ในเลือด ดังนั้นการตรวจวัดระดับ creatinine สามารถบ่งชี้การทำงานของไตได้ หากการทำงานของไตเสื่อมสภาพจากภาวะบางอย่าง หรือเป็นนิ่วในไต จะมีส่งผลให้มีอาการ ซีด เพลีย ขาดสมาธิในการทำงาน

  • Anti-HIV (ตรวจการติดเชื้อ เอช ไอ วี)

ตรวจให้ทราบว่ามีเชื้อหรือไม่ หากผลเป็นลบ คือไม่ติดเชื้อ เราก็จะได้รับความรู้ในการป้องกันเอชไอวีรวมทั้งป้องกันโรคติดต่อทางเพศอื่นๆ ได้ด้วย หากผลเป็นบวกหมายความว่า ติดเชื้อเอชไอวี ก็จะยังเจอในปริมาณที่ไม่มาก สามารถเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ทันที ข้อดีของการตรวจเอชไอวีจึงช่วยลดโอกาสในการถ่ายทอดเชื้อไปสู่ผู้อื่นด้วย

  • HBsAg (การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี)

ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดบี สามารถติดต่อทางเลือด น้ำเชื้อ และน้ำหลั่งอย่างอื่น เช่น น้ำเหลือง ซึงเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าได้ทางการสัมผัสใกล้ชิด

  • Uric acid (ระดับยูริกในเลือด)

ตรวจเพื่อให้ทราบถึงภาวะกรดยูริกสูงในร่างกาย อาจก่อให้เกิดโรคเก๊าท์ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวด บวม แดงบริเวณข้ออย่างเฉียบพลัน โดยพบได้บ่อยในผู้ชายและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือไขข้ออักเสบ และก่อให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

  • Amphetamine (การตรวจสารเสพติดในปัสสาวะ)

ตรวจเพื่อให้ทราบว่าเป็นผู้เสพสารเสพติดเหล่านี้หรือไม่ เพื่อคัดเลือกบุคลากร ไม่ให้เข้าไปสร้างปัญหาให้ภายในองค์กร

  • Pregnancy test (การตรวจการตั้งครรภ์)

ตรวจเพื่อให้ทราบว่าตั้งครรภ์หรือไม่ เพื่อวางแผนในการรับบุคคลเข้าทำงาน ซึ่งการตรวจครรภ์นั้นจะแบ่งออกได้สองประเภทคือ ใช้ปัสสาวะกับใช้เลือด ซึ่งทั้งสองวิธีนั้นจะตรวจหาฮอร์โมนที่อยู่ในร่างกายที่เรียกว่า hCG (human chorionic gonadotropin)

  • ABO Group (การตรวจหมู่เลือด)

ตรวจเพื่อให้ทราบกรุ๊ปเลือดของตัวเอง เนื่องจากจะช่วยเวลาเจ็บป่วย ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ในกรณีของการบริจาคเลือด บริจาคอวัยวะ และในกรณีของผู้ป่วยต้องเข้ารับการเปลี่ยนถ่ายเลือด ไม่ว่าจะเป็นในระหว่างการผ่าตัดหรือการเข้ารับการปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งหากผู้ป่วยไม่ทราบหรือแจ้งกรุ๊ปเลือดผิด อาจส่งผลอันตรายต่อผู้ป่วยได้

----------------------------------
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก         
  @qns9056c 
  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม