หูดหงอนไก่ คืออะไร?

หูดหงอนไก่ คืออะไร

หูดหงอนไก่ (Condyloma Acuminata) คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ 6 และ 11) ทำให้เกิดติ่งเนื้อขรุขระคล้ายดอกกะหล่ำหรือหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือการสัมผัสแนบชิดกับผู้ติดเชื้อ แม้จะไม่มีการสอดใส่ก็ตาม 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูดหงอนไก่

  1. หูดหงอนไก่คืออะไร
  2. สาเหตุที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่
  3. อาการหูดหงอนไก่ เริ่มแรกเป็นอย่างไร 
  4. อาการของหูดหงอนไก่
  5. หูดหงอนไก่ติดต่อจากอะไร
  6. บริเวณที่มักพบหูดหงอนไก่
  7. ผลข้างเคียงที่เกิดจากหูดหงอนไก่
  8. แพทย์วินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ได้อย่างไร
  9. ข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นหูดหงอนไก่
  10. วิธีการรักษาหูดหงอนไก่
  11. การป้องกันให้ปลอดภัยจากหูดหงอนไก่
  12. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “หูดหงอนไก่” (Q&A)
หูดหงอนไก่ คืออะไร

หูดหงอนไก่คืออะไร

หูดหงอนไก่ (Genital warts, Condyloma acuminata) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากการติดเชื้อ HPV  มีลักษณะเป็นตุ่มหรือแผ่นนูน นิ่มๆ คล้ายดอกกะหล่ำ สีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง ยื่นออกมาบริเวณอวัยวะเพศ หรือบริเวณใกล้เคียง อาจรู้จักในอีกชื่อ คือ หูดอวัยวะเพศ

สาเหตุที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่

  1. เกิดจากการติดเชื้อ HPV (Human Papillomavirus)
  2. เชื้อไวรัสติดต่อผ่านทางการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังหรือเยื่อบุที่ติดเชื้อ
  3. เชื้อไวรัสจะเข้าผ่านทางรอยถลอกขนาดเล็ก (microabrasion) จึงมักติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ โดยที่ถุงยางไม่สามารถป้องกันการแพร่เชื้อได้ทั้งหมด
  4. ผู้แพร่เชื้อไม่จำเป็นต้องมีรอยโรค (แต่ในคนที่มีรอยโรคจะมีโอกาสแพร่เชื้อได้มากกว่าเนื่องจากมีปริมาณไวรัสสูงกว่า)
  5. ระยะฟักตัวของเชื้อประมาณ 3 สัปดาห์ถึง 8 เดือน (เฉลี่ย 2.9 เดือน)
เชื้อ HPV คืออะไร?

เชื้อ HPV คืออะไร?

  • ไวรัสชนิดนี้ปัจจุบันพบว่ามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และกว่า 40 สายพันธุ์สามารถติดต่อได้ทางการมีเพศสัมพันธ์
  • ร้อยละ 90 ของโรคหูดหงอนไก่ เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง อย่างไรก็ตาม เชื้อชนิดนี้มีบางสายพันธุ์ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปากมดลูกได้
เชื้อ HPV คืออะไร?

HPV แบ่งตามความสามารถในการก่อมะเร็งออกเป็น

  • สายพันธุ์ที่เสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง (Oncogenic หรือ high risk HPV types) ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 41-45, 51, 52, 56, 59
  • สายพันธุ์ที่ไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็ง (Nononcogenic หรือ low risk HPV types) ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 42, 43, 44
หูดหงอนไก่

อาการหูดหงอนไก่ เริ่มแรกเป็นอย่างไร

  • มีติ่งเนื้อหรือตุ่มนูนสีชมพู สีเนื้อ หรือสีเทา บริเวณอวัยวะเพศ
  • รอยโรคมีลักษณะขรุขระคล้ายหงอนไก่หรือดอกกะหล่ำ
  • อาจมีอาการคัน แสบร้อน หรือระคายเคือง
  • บางรายอาจมีเลือดออกขณะมีเพศสัมพันธ์

อาการของหูดหงอนไก่

  • หูดหงอนไก่เป็นตุ่มหรือแผ่นนูน นิ่มๆ คล้ายดอกกะหล่ำ สีชมพูหรือสีเดียวกับผิวหนัง ยื่นออกมาบริเวณอวัยวะเพศและบริเวณใกล้เคียง
  • ตำแหน่งที่พบบ่อย (อาจพบได้หลายตำแหน่งพร้อมๆกัน) รอบปากช่องคลอด, ใต้หนังหุ้มปลายองคชาติ ,บริเวณลำองคชาติที่ขลิบแล้ว ,ปากมดลูก ,ช่องคลอด ,ท่อปัสสาวะ ,ฝีเย็บ ,รอบทวารหนัก ,รูทวารหนัก ,อัณฑะ
  • ส่วนใหญ่ ไม่มีอาการร่วมอื่นๆ * ทั้งนี้ขึ้นกับขนาดของรอยโรค หากมีขนาดใหญ่มากอาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง อุดกลั้นท่อปัสสาวะ หรือช่องคลอดได้ รวมไปถึงอาจทำให้เกิดการแผลและติดเชื้อบริเวณเนื้อเยื่อหูดได้
ดูตัวอย่างอาการหูดหงอนไก่

หูดหงอนไก่ ติดต่อจากอะไร

  • การมีเพศสัมพันธ์: ทั้งทางการสอดใส่ทางช่องคลอด ทวารหนัก และการทำออรัลเซ็กส์ (ทางปาก) กับผู้ที่มีเชื้อ
  • การสัมผัสแนบชิดทางผิวหนัง (Skin-to-skin contact): การเสียดสีของผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือปากทวารหนัก แม้จะไม่มีการสอดใส่หรือหลั่งน้ำอสุจิก็สามารถติดเชื้อได้
  • การใช้อุปกรณ์ทางเพศ (Sex Toys) ร่วมกัน: โดยไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี หรือไม่ได้สวมถุงยางอนามัยป้องกันชิ้นใหม่ก่อนใช้งาน
  • จากแม่สู่ลูก: ทารกมีโอกาสติดเชื้อจากมารดาระหว่างการคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ (พบได้น้อย แต่สามารถเกิดขึ้นได้จนทำให้เด็กมีหูดในทางเดินหายใจ)
บริเวณที่มักพบหูดหงอนไก่

บริเวณที่มักพบหูดหงอนไก่

  • อวัยวะเพศภายนอก: บริเวณองคชาต ถุงอัณฑะ แคมใหญ่ แคมเล็ก ปากช่องคลอด และบริเวณฝีเย็บ
  • อวัยวะเพศภายใน: ลึกเข้าไปในผนังช่องคลอด และปากมดลูก
  • ท่อปัสสาวะ: บริเวณปากท่อปัสสาวะ
  • ทวารหนัก: ทั้งรอบๆ ปากทวารหนัก และลึกเข้าไปภายในทวารหนัก
  • ขาหนีบ: บริเวณรอยพับขาหนีบที่มีการอับชื้นและเสียดสี
  • ช่องปากและลำคอ: ริมฝีปาก ภายในช่องปากและลำคอ (มักเกิดจากการติดเชื้อผ่านออรัลเซ็กส์)

ผลข้างเคียงที่เกิดจากหูดหงอนไก่

ภาวะแทรกซ้อนในโรคหูดหงอนไก่ที่พบได้บ่อย คือ การกลับมาเป็นซ้ำ โดยอาจเกิดจากการรักษาที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน หรือการมีคู่นอนหลายคน 
เสี่ยงต่อมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากธรรมชาติของการติดเชื้อไวรัสมักจะติดพร้อมกันหลายสายพันธุ์ จึงทำให้อาจได้รับเชื้อไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วยได้
สตรีมีครรภ์ สามารถส่งผลให้ทารกที่เกิดมามีหูดหงอนไก่เกิดขึ้นบริเวณลำคอ และกล่องเสียง จนไปขัดขวางทางเดินหายใจได้ ทำให้ต้องทำการผ่าตัดออก

แพทย์วินิจฉัยโรคหูดหงอนไก่ได้อย่างไร

  • หูดหงอนไก่สามารถวินิจฉัยได้ทันทีจากลักษณะรอยโรค
  • การตรวจยืนยันโดยการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาจะพิจารณาทำในรายที่รอยโรคมีลักษณะที่ไม่จำเพาะต่อหูด เช่น มีสีเข้มผิดปกติ, แข็ง, ติดแน่นกับเนื้อเยื่อด้านล่าง, ไม่ตอบสนองต่อการรักษาตามมาตรฐาน ต้องการแยกจากแผลมะเร็งอื่นๆ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเป็นหูดหงอนไก่

  • แจ้งให้คู่นอนทราบเพื่อตรวจสังเกตอาการจากการได้รับเชื้อ HPV *ทั้งนี้คู่นอนอาจไม่มีรอยโรค หรืออาการใดๆก็ได้
  • ผู้ป่วยและคู่นอน ควรตรวจคัดกรองการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ร่วมด้วย
  • พบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาหูดหงอนไก่ ตามความเหมาะสม
  • ดูแลตนเองเมื่อเป็นหูดหงอนไก่ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคให้กับผู้อื่น

วิธีการรักษาหูดหงอนไก่

  • ในรายที่มีรอยโรคขนาดเล็กหรือไม่มีอาการ อาจพิจารณาตรวจติดตาม หากยังไม่หายภายใน 1 ปี จึงเริ่มการรักษา
  • การรักษามีทั้งการรักษาด้วยยาและการรักษาด้วยการผ่าตัด 
  • อัตราการหายของหูด 35-100% ภายใน 3-15 สัปดาห์ 
  • ผู้ป่วยประมาณ 20-30% จะกลับเป็นซ้ำ (ในตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่) ภายใน 2-3 สัปดาห์ 
  • การรักษาหูดอวัยวะเพศไม่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในอนาคต ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการรักษา ตรวจติดตามและเฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ อาจจะต้องใช้เวลานาน
  • การเลือกวิธีการรักษา ขึ้นกับขนาด จำนวน ตำแหน่งของรอยโรค และผลข้างเคียงของการรักษา

ผู้ป่วยใช้ยาทาเอง

เช่น ยา Podyphylline, Imiquimod มีข้อดี คือ มีความเป็นส่วนตัว ผู้ป่วยสามารถนำยากลับไปทาเองที่บ้าน และกลับมาตรวจติดตามหลังการรักษา 2-3 สัปดาห์ ข้อเสียคือ มักเกิดการระคายเคือง และแสบ แดง บริเวณที่ทา รวมไปถึงได้ผลค่อนข้างน้อยกว่าการรักษาแบบอื่นๆ

รักษาหูดหงอนไก่โดยแพทย์

การรักษาโดยแพทย์

  • การใช้กรด 80-90% Trichloroacetic acid (TCA) จี้บริเวณรอยโรค
  • จี้ไฟฟ้า
  • จี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว
  • การรักษาด้วยการจี้/ผ่าตัด มีโอกาสสำเร็จมากกว่า แต่อัตราการกลับมาเป็นซ้ำ พอๆกัน โดยมีผลข้างเคียงที่พึงระวัง ได้แก่ สีผิวเข้มขึ้นหรือจางลงอย่างถาวร หรือมีแผลเป็นยุบหรือนูน บริเวณรอยโรคได้
การป้องกันให้ปลอดภัยจากหูดหงอนไก่

การป้องกันให้ปลอดภัยจากหูดหงอนไก่

  • การมีคู่นอนคนเดียว หรือให้น้อยที่สุด
  • ถุงยางอนามัยไม่สามารถยับยั้งการแพร่เชื้อ HPV ได้ทั้งหมด เพราะเชื้อสามารถกระจายอยู่ได้ทั่วไป บริเวณฝีเย็บ หัวหน่าว รอบทวารหนักเป็นต้น (ทั้งนี้การสวมใส่ถุงยางอนามัยช่วยลดโอกาสการติดต่อได้มากกว่าการไม่สวมใส่ นอกจากนั้นยังช่วยลดการติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ได้แก่ เชื้อ HIV หนองในแท้ หนองในเทียม และโรคเริม ได้อีกด้วย)
  • การขลิบอวัยวะเพศชาย (Male circumcision) ช่วยลดโอกาสการสะสมของเชื้อ HPV ได้
  • การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV (HPV vaccine)
  1. การฉีดวัคซีนจะต้องฉีด 3 เข็ม และควรฉีดก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9-26 ปี
  2. ฉีดได้ทั้งเพศชาย และหญิง
  3. ห้ามฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์
ดูราคาฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ “หูดหงอนไก่” (Q&A)

หูดหงอนไก่ รักษาหายขาดไหม กลับมาเป็นซ้ำได้หรือเปล่า?

คำตอบ: ตัว “ติ่งเนื้อหูด” สามารถรักษาให้หลุดและหายสนิทได้ ไม่ว่าจะด้วยการทายา จี้ยา หรือจี้เย็น แต่ “เชื้อไวรัส HPV” ที่เป็นต้นเหตุอาจจะยังแฝงตัวอยู่ในร่างกายของเรา ดังนั้นหากช่วงไหนที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย หรือภูมิคุ้มกันตก หูดหงอนไก่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

เป็นหูดหงอนไก่ ซื้อยาทาเองได้ไหม?

คำตอบ: ไม่แนะนำให้ซื้อยาทาเองเด็ดขาดค่ะ เพราะยาทาหูดทั่วไปตามร้านขายยา มักเป็นยาสำหรับทาหูดตามมือหรือเท้าที่มีความเข้มข้นของกรดสูง หากนำมาทาบริเวณอวัยวะเพศที่ผิวบอบบางมาก จะทำให้ผิวหนังไหม้ เป็นแผลเหวอะหวะ และอักเสบรุนแรงได้ ควรมาพบแพทย์เพื่อรับยาทาเฉพาะที่สำหรับอวัยวะเพศโดยตรงค่ะ

ไม่เคยสอดใส่ หรือ ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ เป็นหูดหงอนไก่ได้ไหม?

คำตอบ: สามารถติดได้ค่ะ! เพราะเชื้อ HPV ติดต่อผ่าน “การสัมผัสแนบชิดทางผิวหนัง (Skin-to-Skin Contact)” บริเวณอวัยวะเพศ ดังนั้นแม้จะไม่ได้มีการสอดใส่ แต่หากมีการเสียดสี สัมผัสภายนอก หรือทำออรัลเซ็กส์ (Oral sex) กับผู้ที่มีเชื้อ ก็สามารถติดหูดหงอนไก่ได้เช่นกันค่ะ

เป็นหูดหงอนไก่แล้ว ฉีดวัคซีน HPV ได้ไหม ช่วยให้หายเร็วขึ้นไหม?

คำตอบ: สามารถฉีดได้และควรฉีดค่ะ! แต่ต้องอธิบายก่อนว่า วัคซีนไม่ได้ช่วยรักษาหูดที่เป็นอยู่ให้หายเร็วขึ้น แต่การฉีดวัคซีน HPV แบบ 4 สายพันธุ์ หรือ 9 สายพันธุ์ จะช่วย “ป้องกัน” เชื้อ HPV สายพันธุ์อันตรายอื่นๆ (ที่ก่อมะเร็งปากมดลูกหรือทวารหนัก) ที่เราอาจจะยังไม่เคยติดมาก่อนได้

คนท้องเป็นหูดหงอนไก่อันตรายกับลูกไหม คลอดธรรมชาติได้หรือเปล่า?

คำตอบ: ช่วงตั้งครรภ์ฮอร์โมนจะเปลี่ยน ทำให้หูดหงอนไก่มักจะโตและลุกลามเร็วกว่าปกติค่ะ หากปล่อยไว้อาจทำให้ช่องคลอดขยายตัวได้ไม่ดีตอนคลอด และมีความเสี่ยง(แม้น้อย)ที่ทารกจะติดเชื้อระหว่างคลอดธรรมชาติจนเกิดหูดที่ทางเดินหายใจเด็กได้ ดังนั้นคุณหมออาจพิจารณารักษาให้หูดเล็กลง หรือในบางเคสอาจแนะนำให้ “ผ่าคลอด” เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยค่ะ

ถ้ามีแฟนเพียงคนเดียว มีโอกาสติดเชื้อ HPV หรือไม่?

คำตอบ: มีความเสี่ยง เนื่องจากเชื้อ HPV สามารถติดต่อได้ง่าย 80% ของคนทั่วไป เคยได้รับเชื้อมาก่อน โดยไม่มีอาการใดๆ จึงอาจเป็นไปได้ที่แฟนของคุณ จะเคยได้รับเชื้อ HPV มาก่อนแล้ว

เอกสารอ้างอิง

  • หูดอวัยวะเพศ (Anogenital wart), พญ. ปวีณา พังสุวรรณ, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
  • หูดหงอนไก่…ไม่ถึงตายแต่ทำลายความมั่นใจ, อ.พญ.เจนจิต  ฉายะจินดา, ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 23/09/2026 (ปรับปรุงหน้าเว็บไซต์แล้ว)

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com