คลินิกใกล้ฉัน ตรวจรักษาโรคทั่วไป

 

คลินิกใกล้ฉัน ตรวจรักษาโรคทั่วไป 

 

คลินิกใกล้ฉัน คือ คลินิกใกล้บ้าน ใกล้ที่พัก ที่สามารถเดินทางไปรักษาได้ด้วยความสะดวก และรวดเร็วใช้เวลาเดินทาง 15 นาที ไม่เกิน 45 นาที โดยคลินิกใกล้ฉันนั้นจะต้องให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ(one stop service) มีแพทย์และพยาบาลประจำตลอดที่เปิดทำการ ซึ่งเป็นคลินิกรักษาโรคทั่วไป, ออกใบรับรองแพทย์ , ฉีดยาคุม , ฝากครรภ์ , ตรวจหลังคลอด , ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน, ล้างแผล , ฉีดวัคซีน , ตรวจสุขภาพประจำปี เป็นต้น

ตรวจรักษาโรคทั่วไป

1. ตรวจรักษาโรคทั่วไป

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในระดับปฐมภูมิ คือการตรวจรักษาโรคที่เป็นพื้นฐานโดยแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป (General Practice) ได้แก่ ไข้หวัด ท้องเสีย ปวดหัว ตัวร้อน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคผิวหนัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ฝากครรภ์ ตรวจหลังคลอด เป็นต้น

 

ออกใบรับรองแพทย์

2. ออกใบรับรองแพทย์

คลินิกส่วนใหญ่จะให้บริการออกใบรับรองแพทย์เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้แก่ ออกใบรับรองแพทย์เพื่อสมัครงาน , เรียนต่อ, ทำใบขับขี่ , ต่อใบขับขี่ , เบิกประกัน , เดินทางต่างประเทศ , เข้าสอบ , ต่อ work permit เป็นต้น

 

ผู้ประกอบการคลินิกและแพทย์จะต้องมีจรรยาบรรณในการออกใบรับรองแพทย์โดยระบุ รายละเอียดอย่างถูกต้อง ไม่บิดเบือน ตรงตามข้อเท็จจริงที่ได้วินิจฉัยและตรวจรักษา

  ใบรับรองแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์ให้บริการ

ล้างแผล ทำแผล เย็บแผล

3. ล้างแผล ทำแผล เย็บแผล

การล้างแผลเป็นบริการที่มีบริการทุกคลินิก เนื่องจากเป็นหัตถการที่ง่ายที่สุด และสามารถดำเนินการโดยพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยมีแพทย์เป็นผู้ให้คำปรึกษาหรือควบคุมดูแล

 

หากผู้ป่วยมีอุบัติเหตุ การเย็บแผลเป็นบริการที่มีเฉพาะบางคลินิก มีแพทย์ผู้ทำหัตถการโดยส่วนใหญ่แพทย์คลินิกจะรับเย็บแผลขนาดเล็ก ถึงขนาดกลาง และไม่บาดเข้าเส้นเลือด ทั้งนี้ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์แต่ละคนด้วย

ฉีดยาคุม

4. ฉีดยาคุม

การฉีดยาคุมมี 2 แบบ คือแบบ 1 เดือน และ 3 เดือน ซึ่งคลินิกใกล้บ้าน จะมีให้บริการ แต่แพทย์จะต้องเป็นผู้วินิจฉัยในครั้งแรกว่าสามารถฉีดทันทีหรือต้องรอประจำเดือนมาก่อน

 

หลังจากฉีดครั้งแรกกับคลินิกแล้ว สามารถมาฉีดต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องพบแพทย์อีก ทำให้มีความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่ายได้

 

  คลิกเพื่อดูแพ็คเกจฉีดยาคุมกำเนิด

ตรวจโควิดด้วยวิธี atk

5. ตรวจโควิดด้วยวิธี atk

คลินิกบางแห่งรับตรวจโควิดด้วยวิธี atk พร้อมออกใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันผลการตรวจโควิด สำหรับยื่นสมัครงาน , รับปริญญา , เดินทางต่างประเทศ , ขึ้นเครื่องบิน เป็นต้น

 

คลินิกส่วนใหญ่ไม่รับตรวจโควิดเนื่องจากจะมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก และ มีต้นทุนในการดำเนินงานสูง ดังนั้นผู้ใช้บริการควรปรึกษาผ่านไลน์ OA หรือ ส่งข้อความสอบถามก่อนเข้ารับบริการ

ฝากครรภ์และตรวจหลังคลอด

6. ฝากครรภ์และตรวจหลังคลอด

การฝากครรภ์คุณภาพจึงถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับหญิงตั้งครรภ์ จุดมุ่งหมายในการฝากครรภ์นั้นเพื่อให้แน่ใจเกี่ยวกับสุขภาพของมารดาและลูกน้อยในครรภ์ ไปจนถึงการดูแลสุขภาพคุณแม่หลังคลอด รวมถึงสถานพยาบาลที่เลือกฝากครรภ์ก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงเช่นเดียวกัน

 

การฝากครรภ์กับคลินิกเวชกรรม คลินิกเฉพาะทางด้านสูตินรีเวช ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เนื่องจากการเข้ารับบริการที่คลินิกไม่ต้องรอคิวนาน ไม่แออัด ไม่เสี่ยงต่อการติดโรค ได้พบแพทย์เฉพาะทาง ราคาค่าใช้จ่ายเป็นมิตร สมเหตุสมผล นอกจากนี้บางคลินิกมีบริการล่ามสำหรับชาวต่างชาติด้วย ถือว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่เปิดกว้างสำหรับคุณแม่ทุกสัญชาติ

ตรวจรักษาเบาหวานและความดันโลหิตสูง

7. ตรวจรักษาเบาหวานและความดันโลหิตสูง

โรคเบาหวาน เกิดจากภาวะที่ร่างกายไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ตามปกติ จึงทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลต่อส่วนต่างๆของร่างกายที่ทำงานผิดปกติและอาจเกิดผลอื่นๆตามมา หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกต้องอาจก่อให้เกิดภาวะต่างๆตามมา จำเป็นจะต้องตรวจวัดระดับน้ำตาล ติดตามอาการกับแพทย์ ทานยาตามแพทย์สั่งสม่ำเสมอ คือสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง


หากต้องการพบแพทย์ที่ที่คลินิกเบาหวาน คลินิกความดันโลหิตสูงเพื่อตรวจรักษาโรคเบาหวาน สามารถค้นหา ตรวจเบาหวาน คลินิกใกล้ฉัน ได้เลยค่ะ 

ฝังยาคุมและถอดยาคุมกำเนิด

8. ฝังยาคุมและถอดยาคุมกำเนิด

สำหรับคุณผู้หญิงที่ต้องการคุมกำเนิดชั่วคราวในระยะยาว สามารถเข้ารับบริการฝังยาคุมกำเนิดที่คลินิกได้ โดยจะมีแพทย์วินิจฉัยก่อนฝังยาคุม และให้คำแนะนำหลังฝังยาคุมด้วย หรือท่านใดที่ต้องการถอดยามคุมกำเนิดก็สามารถทำได้เช่นกัน 


เพียงแค่คุณค้นหาบริการที่ต้องการ และตามด้วย คลินิกใกล้ฉัน ก็สามารถหาบริการที่ตรงใจได้ง่ายๆ


  คลิกดูโปรแกรมฝังยาคุมและถอดยาคุมกำเนิด

รักษาสุขภาพที่คลินิก

รู้หรือไม่ว่า… แม้ว่าคุณจะเข้ารับรักษาอาการเจ็บป่วยที่คลินิก ก็สามารถใช้สิทธิการรักษามีหลายรูปแบบ ทั้งสิทธิการรักษาที่รัฐจัดหาให้ หรือ สิทธิการรักษาที่เราซื้อประกันไว้ในรูปแบบต่างๆ

 

ดังนั้นผู้ป่วยควรตรวจสอบสิทธิการรักษากับคลินิกใกล้ฉัน หรือ คลินิกใกล้บ้านคุณ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวท่านเองนั่นเอง

สิทธิประกันสังคม

1. สิทธิประกันสังคม

สิทธิประกันสังคม หมายถึง สิทธิที่เกิดจากกองทุนประกันสังคม ให้หลักประกันแก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เช่น พนักงานบริษัท หรือ พนักงานของรัฐ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับประโยชน์ทดแทน หรือ ชดเชย จากการเจ็บป่วย หรือประสบอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ หรือตาย

 

สิทธิประกันสังคมจะใช้บริการที่คลินิกก็ต่อเมื่อ คลินิกได้ลงทะเบียนเป็นเครือข่ายกับโรงพยาบาลที่รับบริการผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม โดยคลินิกจะต้องลงทะเบียนใหม่หรือเซ็นต์สัญญากับโรงพยาบาลทุกปี ดังนั้นก่อนเข้ารับบริการควรตรวจสอบคลินิกก่อนเข้ารับบริการเสมอ สามารถตรวจสอบได้ที่ รายชื่อโรงพยาบาลประกันสังคม ปี 2565 (รายจังหวัด)

สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

2. สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง)

สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือที่รู้จักกันในชื่อสิทธิบัตรทอง คือสิทธิที่รัฐจัดหาให้ตามพรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งจะครอบคลุมคนไทยทุกคนที่ไม่มีสิทธิราชการและสิทธิประกันสังคม

 

หากประชาชนไม่มีสิทธิการรักษาของสิทธิราชการและสิทธิประกันสังคม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีหน้าที่ลงทะเบียนสิทธิบัตรทองให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถมีสิทธิการรักษาได้อย่างเท่าเทียมกันทุกคน

 

" ผู้ป่วยสิทธิบัตรทองจะใช้บริการที่คลินิก เมื่อคลินิกได้เข้าร่วมโครงการคลินิกชุมชนอบอุ่น หรือคลินิกปฐมภูมิกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเท่านั้น "

 

คลินิกใกล้ฉันหรือคลินิกใกล้บ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และผู้ป่วยควรตรวจสอบสิทธิการรักษาก่อนเข้ารับบริการว่าเป็นสิทธิบัตรทองหรือไม่ หากไม่ใช่สิทธิบัตรทองจะต้องชำระค่าบริการเอง

 

  สามารถตรวจสอบสิทธิบัตรทองได้ที่นี่ คลิกเลย


สิทธิบัตรทอง ครอบคลุมบริการดังนี้

สิทธิบัตรทอง ครอบคลุมบริการที่จำเป็น

1. การตรวจวินิจฉัยโรค

2. บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค

3. การฝากครรภ์

4. การบำบัดและการบริการทางการแพทย์

5. ยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์การทางการแพทย์

6. การทำคลอด

7. การกินอยู่ในหน่วยบริการ

8. การบริบาลทารกแรกเกิด

9. บริการรถพยาบาล หรือบริการพาหนะรับส่งผู้ป่วย

10. บริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ

11. การพื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ

รักษาโดยใช้สิทธิบัตรทอง

12. บริการสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ

13. บริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตที่บอร์ดสปสช.กำหนด

14. บำบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติด ที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดที่มีกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด

15. บริการสาธารสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

16. รักษาภาวะมีบุตรยาและการผสมเทียม ยกเว้นการดำเนินการที่เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทน

17. การรักษาโรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทผู้ป่วยในเกินกว่า 180 วัน

สิทธิบัตรทอง สิ่งที่ไม่ครอบคลุม เบิกไม่ได้

บริการที่สิทธิบัตรทองไม่ครอบคลุมมีดังนี้

  1. การบริการทางการแพทย์เพื่อความสวยและความงาม โดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

  2. การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

  3. การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าหรือทดลอง

  4. การปลูกถ่ายอวัยวะ ที่ไม่ปรากฏตามบัญชีแนบท้าย

  5. การบริการทางการแพทย์อื่น ตามที่บอร์ดสปสช.กำหนด

อ้างอิงจาก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

สิทธิประกันสุขภาพ

3. สิทธิประกันสุขภาพ

การรักษาพยาบาลในรูปแบบปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่นิยมใช้สิทธิประกันสุขภาพ โดยผู้ป่วยจะต้องซื้อประกันสุขภาพไว้ล่วงหน้าก่อนเข้ารับการรักษาอย่างน้อย 30 วัน หรือ 60 วัน (แล้วแต่กรณี)

 

การทำประกันสุขภาพนั้นมีประโยชน์คือการลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเจ็บป่วย ทำให้เราสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อรักษาพยาบาลได้ บริษัทประกันสุขภาพก็มีให้เลือกหลายบริษัท อีกทั้งยังมีโปรแกรมให้เลือกเพื่อเหมาะสมกับลูกค้าทุกท่าน

การเลือกบริษัทประกันสุขภาพควรจะเลือกให้ครอบคลุมเพื่อใช้ได้ทั้งโรงพยาบาลและคลินิก โดยบริษัทประกันจะมีรายชื่อสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องสำรองจ่าย สถานพยาบาลสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลตรงกับบริษัทประกันได้ ทำให้มีความสะดวกและรวดเร็วในการรับบริการมากขึ้น

ตัวอย่างบริษัทประกันสุขภาพที่สามารถใช้บริการที่คลินิก ได้แก่

อุบัติเหตุ ลื่นล้ม

4. สิทธิประกันอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุ คือ เหตุที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันหรือเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด โดยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้า ส่งผลกระทบให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย บาดเจ็บ จนถึงเสียชีวิต

 

การมาใช้สิทธิประกันอุบัติเหตุที่คลินิก มีส่วนน้อยที่สามารถมาใช้บริการได้ เพราะอุบัติเหตุจะมีการบาดเจ็บ บาดแผลขนาดใหญ่ ทำให้ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล แต่มีอุบัติเหตุบางอย่างที่สามารถใช้บริการที่คลินิกได้แก่

อุบัติเหตุ
  • มีดบาด หรือโดนของมีคมบาด

  • หกล้ม หรือ ตกท่อ

  • สุนัขหรือแมวกัด ข่วน

  • มอเตอร์ไซค์ล้ม

  • รถเชี่ยว มีบาดแผลเล็กน้อย

  • ลื่นล้ม

 

ดังนั้นลูกค้าควรตรวจสอบเบื้องต้นว่าคลินิกสามารถให้บริการและรับประกันอุบัติเหตุที่ลูกค้าถือก่อนเข้ารับบริการเพื่อความสะดวกและสบายใจ

สำหรับการประกันอุบัติเหตุมีได้หลายรูปแบบได้แก่

ประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

1. การประกันคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ


ประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน

2. การประกันอุบัติเหตุจากการทำงาน

ประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง

3. การประกันอุบัติเหตุจากการเดินทาง

การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

4. การประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล

ชำระเงินสดที่คลินิก

5. สิทธิชำระเงินเอง

สิทธิในการรักษาด้วยวิธีนี้ถือว่าเป็นสิทธิที่ไม่ยุ่งยากที่สุด เพราะไม่ต้องเสียเวลาในการเซ็นเอกสารต่างๆ เพื่อขอใช้สิทธิให้ยุ่งยาก และส่วนใหญ่ท่านจะได้รับบริการที่ดีเลิศมากกว่าสิทธิอื่นๆ

 

เพราะสถานพยาบาลส่วนใหญ่มีการแข่งขันสูง และมีความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้มาใช้บริการมากที่สุด

 

  คลินิกเวชกรรม ใกล้บ้าน ราคาสบายกระเป๋า


 

 

ช่วงเวลาที่คลินิกนิยมเปิดทำการ

คลินิกส่วนใหญ่เป็นคลินิกที่แพทย์ทางโรงพยาบาลของรัฐ หรือ แพทย์ประจำจากโรงพยาบาลเอกชนมาเปิดให้บริการ ดังนั้นเวลาที่นิยมให้บริการคือหลังเวลาราชการ หรือ วันหยุดต่างๆ

1.  ช่วงเย็น 17.00 - 20.00 น.

คลินิกที่เปิดให้บริการช่วงเย็นหลังเลิกงาน เป็นคลินิกที่แพทย์สามารถเดินทางจากที่ทำงานประจำมาคลินิกได้ระยะเวลาอันสั้นไม่เกิน 30 นาที โดยเป็นแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเช่น แพทย์สูตินรีเวช จักษุแพทย์ แพทย์หูคอจมูก เป็นต้น

 

2. เสาร์-อาทิตย์ 9.00 - 12.00 น.

คลินิกที่เปิดให้บริการเสาร์และอาทิตย์ ส่วนใหญ่เป็นคลินิกที่ให้บริการสิทธิบัตรทอง หรือ สิทธิประกันสังคม

 

3. วันหยุดนักขัตฤกษ์

คลินิกบางแห่งก็ให้บริการวันหยุดนักขัตฤกษ์เพื่อให้บริการสำหรับผู้ต้องทำงานวันเวลาปกติ ไม่สะดวกในการรับบริการในวันทำงาน การรักษาส่วนใหญ่เป็นจะเป็นเคสทางเลือกหรือเคสที่ไม่รีบด่วนที่ต้องรักษาทันที

 


เปรียบเทียบการบริการของสิทธิการรักษาแต่ละชนิด

1.สิทธิบัตรทอง (บัตรทอง 30 บาท)

  • การคุ้มครอง : เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนไทย ได้รับการคุ้มครองการรักษาและค่าใช้จ่ายจากภาครัฐ โดยคนไข้ต้องเข้ารับบริการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลของทางภาครัฐหรือเอกชนที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น ในกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินไม่จำเป็นต้องเป็นหน่วยบริการที่ขึ้นสิทธิก็ได้

  • ค่าใช้จ่าย : ค่าธรรมเนียม 30 บาท (กรณีใช้บริการโรงพยาบาล และหากมียานอกบัญชี อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

  • การชำระเงิน : ภาครัฐเป็นผู้จ่ายค่ารักษาให้คนไข้ตามสิทธิประโยชน์ภายใต้บัตรทอง

 

2. สิทธิประกันสังคม

  • การคุ้มครอง : คนไข้รับสิทธิประโยชน์การคุ้มครองที่แตกต่างกันแล้วแต่กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บป่วย, กรณีคลอดบุตร, กรณีทุพพลภาพ, กรณีเสียชีวิต, กรณีสงเคราะห์บุตร, กรณีชราภาพ, กรณีว่างงาน โดยค่ารักษาพยาบาลจะมาจากกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน

  • ค่าใช้จ่าย : ผู้ประกันตนต้องส่งเงินสมทบประจำทุกเดือน 5 % ของเงินเดือน

  • การชำระเงิน : กรณีเจ็บป่วยเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลตามสิทธิได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ   ในกรณีที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอื่นแล้วมีการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อนก็สามารถเบิกคืนจากสำนักงานประกันสังคมในอัตราที่กำหนด

 

3.ประกันสุขภาพ

  • การคุ้มครอง : เมื่อคนไข้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากโรคภัย คนไข้หรือผู้เอาประกันจะได้รับความคุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลจากบริษัทประกันชีวิต ที่คนไข้ได้ทำการซื้อประกันไว้ และการประกันตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยให้ได้ค่าเบี้ยประกันที่ถูก เข้าถึงการรักษาเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ครอบคลุมโรคร้ายแรงครบถ้วน และได้รับการบริการที่รวดเร็วเมื่อเทียบกับสิทธิบัตรทองและสิทธิประกันสังคม

  • ค่าใช้จ่าย : ตามจำนวนเงินทุนประกันของกรรมธรรม์ที่ได้ซื้อไว้

  • การชำระเงิน : บริษัทประกันส่วนใหญ่จะรับภาระค่าใช้จ่ายโดยตรงกับสถานพยาบาล โดยอำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ โดยคนไข้ไม่ต้องสำรองจ่ายเอง ทั้งนี้ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละสถานพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลจะขึ้นอยู่กับความคุ้มครองของกรมธรรม์ รวมทั้งเงื่อนไขที่บริษัทประกันชีวิตและสถานพยาบาลกำหนด ในกรณีมีส่วนต่างของค่ารักษาคนไข้จะเป็นผู้ชำระเพิ่มเติมเอง

 

4.สิทธิเงินสด (ชำระเงินเอง)

  • การคุ้มครอง : คนไข้เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลด้วยตนเอง  โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของโรคที่ต้องการรักษา สามรถเข้ารักการตรวจรักษาได้ทุกเพศทุกวัย ทั้งยังได้รับการบริการที่สะดวก สบาย  ไม่ต้องรอคิวนานๆ  ถือว่าเป็นสิทธิการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วที่สุด

  • ค่าใช้จ่าย : คนไข้ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเต็มจำนวน  ตามค่ารักษาที่เกิดขึ้นจริง หรือตามโปรแกรมตรวจสุขภาพของสถานพยาบาลกำหนด สิทธิชำระเงินเองถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าทุกสิทธิที่กล่าวมาแต่ก็เป็นความคุ้มค่าในด้านการดูแลสุขภาพที่ได้มาตรฐานและครบวงจร

  • การชำระเงิน : คนไข้สามารถชำระเองได้เลย ทั้งเงินสดหรือบัตรเครดิตตามแต่คลินิกหรือสถานพยาบาลนั้นให้บริการ

 


การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

การให้บริการแบบ one stop service ถือเป็นความสะดวกที่คนไข้ต้องการ การบริการครบจบในที่เดียวแบบนี้มักพบได้ในคลินิกเวชกรรมมากกว่าโรงพยาบาล โดยจะเห็นได้ชัดจากโครงสร้างองค์กรของโรงพยาบาลที่มีขนาดใหญ่ ขั้นตอนการรักษาหรือขั้นตอนในการให้บริการก็จะมีมากกว่า ซับซ้อนกว่า การรอคิวหรือการใช้เวลาก็มากกว่า รวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน

การให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

ข้อดีของการเข้ารับบริการที่คลินิกแบบ one stop service ก็คือ ไม่ต้องรอคิวนาน ขั้นตอนไม่ยุ่งยากซับซ้อน ไม่แออัด ค่าใช้จ่ายในราคาสบายกระเป๋า มีแพ็คเกจโปรแกรมตรวจสุขภาพรองรับและเข้าถึงทุกเพศทุกวัย สามารถตรวจรักษา รับผลตรวจใบรับรองแพทย์ได้เลย ซึ่งในปัจจุบันการรับผลออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ก็มีมากขึ้นแล้ว

 


จะเห็นได้ว่าการเข้ารับบริการที่คลินิกได้รับทั้งความสะดวก รวดเร็ว ครอบคลุม มาใช้บริการที่เดียวได้ตรวจรักษาแบบจบในที่เดียว รวมทั้งการเปิดให้บริการทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ถือเป็นสิ่งที่เอื้อต่อคนไข้ทุกคน


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก 

  @qns9056c

   อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม

เรียบเรียงโดย แพทย์หญิงอรอุมา เพียรผล

  แก้ไขล่าสุด : 12/10/2022 

web hit counter
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้