รู้ไว้สักนิดก่อนฉีดยาคุม

Last updated: 2021-11-24  |  103 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รู้ไว้สักนิดก่อนฉีดยาคุม

        การป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการฉีดยาคุม คือวิธีการป้องกันที่เราต่างรู้จักกันดี เพราะเป็นวิธีที่สตรีส่วนใหญ่นิยมใช้กัน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่แพง สามารถเลือกฉีดได้ตามสถานพยาบาลทั่วไป เหมาะกับคนยุคปัจจุบันที่เน้นความสะดวก สบาย ในราคาประหยัด แต่ไม่ว่าจะเลือกวางแผนครอบครัวด้วยวิธีการนี้จากสาเหตุใด สิ่งสำคัญคือต้องรู้เสียก่อนว่าเหมาะสมกับตนเองหรือไม่ เพราะการป้องกันการตั้งครรภ์แต่ละแบบก็มีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากจะเลือกฉีดยาคุม ควรต้องรู้อะไรบ้าง ไปดูกันได้เลย

 ยาฉีดคุมกำเนิด

ยาคุมแบบฉีด (Injection Contraceptives)

การฉีดยาคุม คือการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ที่มีให้เลือกฉีดได้ 2 ประเภท คือ

       1. ยาคุมแบบฉีด 1 เดือน คือ ยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งก็คือการฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนรวมกับฮอร์โมนเอสโตรเจน เข้าไปในร่างกายเพื่อช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ โดยจะมีรอบการคุมกำเนิดนาน 1 เดือนต่อการฉีดยาคุม 1 เข็ม ส่วนใหญ่จะฉีดที่บริเวณต้นแขน และถึงแม้จะคุมกำเนิดได้นาน 1 เดือนเท่ากันกับยาคุมแบบกิน แต่ก็มีข้อดีกว่าคือไม่ต้องเสียเวลากินยาคุมทุกวัน เหมาะกับผู้ที่มักจะลืมกินยาคุมอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่จะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้

 ยาฉีดคุมกำเนิด1 และ 3 เดือน

       2. ยาคุมฉีดแบบ 3 เดือน คือ ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว ป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยการฉีดฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนเข้าไปช่วยป้องกันการตกไข่ โดยจะฉีดเข้าที่สะโพก และสามารถคุมกำเนิดได้ครั้งละ 3 เดือน ต่อการฉีดยาคุม 1 เข็ม จึงไม่ต้องเสียเวลาไปพบแพทย์บ่อยๆ แต่มักจะมีผลข้างเคียงด้วยการมีเลือดออกกระปริดกระปรอยทำให้รู้สึกรำคาญ ซึ่งต่างจากการคุมกำเนิดด้วยการกินยาคุมแทบจะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้เลย

          ทั้งนี้เรื่องที่ต้องพิจารณาร่วมด้วยในการเลือกประเภทของยาคุมแบบฉีดก็คือ ยาคุมแบบฉีด 1 เดือนนั้นเมื่อครบกำหนดแล้วประจำเดือนมักจะมาเป็นปกติ ในขณะที่หากเป็นยาคุมแบบฉีด 3 เดือน เมื่อครบกำหนดแล้วไม่สามารถระบุได้ว่าประจำเดือนจะมาปกติในช่วงไหนซึ่งส่งผลให้มีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์มากกว่า

 

ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม

  1. ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์ไม่ควรฉีดยาคุม หากไม่มั่นใจควรตรวจการตั้งครรภ์ก่อนฉีด

  2. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือผู้ที่มี อายุ เกิน 45 ปี เพราะอาจส่งผลต่อมวลกระดูกได้

  3. หลังจากการฉีดยาคุมกำเนิด ไม่ควรคลึงหรือขยี้บริเวณที่ฉีดยา เพราะอาจจะส่งผลให้ยาคุมแบบฉีดถูกกระตุ้น และดูดซึมเร็วเกินไป จนไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ครบตามกำหนดเวลา

  4. ผู้ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการฉีดยาคุม ว่ามีผลกระทบต่อโรคที่กำลังรักษาหรือไม่ และในยารักษาโรคบางชนิดอาจจะทำให้ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดลดลงจนไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้

 

ฉีดยาคุมกำเนิด

 

      ไม่ว่าจะเลือกยาคุมแบบฉีด 1 เดือน  หรือยาคุมฉีดแบบ 3 เดือน สิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้ก่อน คือ ตนเองมีความเหมาะสมที่จะฉีดยาคุมหรือไม่ เพราะหากละเลยไม่ใส่ใจ ก็อาจจะเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์จนทำให้เกิดความยุ่งยากตามมาในระยะยาวอย่างแน่นอน หากยังรู้สึกสงสัย หรือไม่มั่นใจ สามารถขอคำปรึกษาได้ที่ อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรมทุกสาขาใกล้บ้าน โดยค้นหาจากคลินิกใกล้ฉันใน Google เรามีทีมแพทย์และพยาบาลวิชาชีพคอยดูแล ให้คำแนะนำเพื่อการวางแผนครอบครัวที่เหมาะสมและปลอดภัยกับคุณมากที่สุด

 

ฉีดยาคุมกำเนิด

 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
   Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก
     ติดต่อ สอบถาม  
  @qns9056c
  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม