คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากครรภ์

Last updated: 2022-03-25  |  844 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากครรภ์

 

       การฝากครรภ์ (Antenatal Care) หรือฝากท้อง คือ การดูแลสุขภาพของทั้งคุณแม่และลูกน้อยนับตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงก่อนคลอด โดยสตรีที่เริ่มตั้งท้องควรที่จะไปพบแพทย์เพื่อทำการฝากครรภ์ทันที แพทย์จะทำการตรวจครรภ์และเก็บประวัติด้านสุขภาพของคุณแม่และลูกในครรภ์เพื่อให้การดูแลอย่างเหมาะสมตลอดอายุครรภ์ ซึ่งระหว่างที่อยู่ในการดูแลนั้นอาจจะมีการตรวจสุขภาพ, ตรวจมะเร็งปากมดลูก, ตรวจภายใน หรือไม่ก็ทำอัลตร้าซาวน์เพื่อให้ทราบถึงเพศหรือความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นและอาจมีการตรวจหลังคลอดด้วยขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่เลือกและสถานพยาบาล ทั้งนี้ระหว่างตั้งท้องคุณแม่ควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามภาวะครรภ์และรับแนวทางการดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง

       อย่างไรก็ตามในการฝากครรภ์โดยเฉพาะกับท้องแรกด้วยแล้วคุณแม่หลายท่านอาจจะมีความกังวลหรือข้อสงสัยต่างๆ มากมาย เราเลยรวบรวมเอาคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฝากครรภ์ มาไว้ในบทความนี้เพื่อให้คุณพ่อและคุณเองใช้เป็นแนวทางในการดูแลลูกน้อยในระหว่างตั้งครรภ์

 

เลือกเนื้อหาที่คุณต้องการ

  1. ฝากครรภ์คุณภาพคืออะไร

  2. ทำไมต้องฝากครรภ์ต่อเนื่อง

  3. สามารถอัลตร้าซาวด์ดูเพศได้ตอนอายุครรภ์กี่เดือน

  4. ทำไมอายุครรภ์มากขึ้น แพทย์ต้องนัดถี่มากขึ้น

  5. ความเสี่ยงของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ กับทารกในครรภ์มีอะไรบ้าง

  6. ถ้าตรวจพบว่าคู่ของเรามีความเสี่ยงที่จะมีลูกป่วยเป็นธาลัสซีเมีย จะทำอย่างไร?

  7. ทำไมต้องเจาะเลือดหลายครั้งในการฝากครรภ์

  8. ทำไมต้องกลืนน้ำตาลเพื่อตรวจเบาหวานในการฝากครรภ์

  9. ทำไมการฝากครรภ์ต้องให้สามีเจาะเลือดด้วย

  10. ทำไมฝากครรภ์แล้วต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 


1. ฝากครรภ์คุณภาพคืออะไร 

      การฝากครรภ์คุณภาพ คือ การฝากครรภ์ครั้งแรกก่อน 12 สัปดาห์และการฝากครรภ์อย่างน้อย 5 ครั้งตลอดระยะเวลาของการตั้งท้อง เพื่อให้คุณแม่และลูกในท้องได้รับการบริการทางสุขภาพที่ครบถ้วนและดีที่สุดระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งก็จะส่งผลต่อเนื่องไปจนถึงหลังคลอดลูกด้วย   

 

2. ทำไมต้องฝากครรภ์ต่อเนื่อง 

       การที่ควรต้องฝากครรภ์ต่อเนื่องนั้นก็เพื่อลดอัตราเสี่ยงของความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ของคุณแม่และทารกในครรภ์ รวมทั้งช่วยให้แพทย์สามารถติดตามพัฒนาการการเจริญเติบโตของทารกและสุขภาพร่างกายมารดาได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้องเหมาะสมด้วย    

 

3. สามารถอัลตร้าซาวด์ดูเพศได้ตอนอายุครรภ์กี่เดือน 

      หนึ่งในคำถามที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่สงสัยมากที่สุดเมื่อมีการตั้งครรภ์และฝากท้องก็คือจะสามารถอัลตร้าซาวด์ดูเพศของลูกน้อยได้ตอนอายุครรภ์กี่เดือน คำตอบของเรื่องนี้ก็คือสามารถอัลตร้าซาวด์ดูเพศของลูกได้ระหว่างอายุครรภ์ช่วง 18-24 สัปดาห์ ทั้งนี้ตอนอัลตร้าซาวด์จะรู้เพศได้ ขึ้นอยู่กับท่าขดตัวของลูกในครรภ์ด้วย

 

4. ทำไมอายุครรภ์มากขึ้น แพทย์ต้องนัดถี่มากขึ้น 

       ช่วงใกล้คลอดลูกคุณหมอจะนัดตรวจครรภ์ถี่ขึ้นเป็นทุกสัปดาห์  เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด อาจมีการวางแผนการคลอดลูกในคุณแม่ที่ไม่สามารถคลอดเองได้ มีการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์ด้วยการติดตามการเต้นของหัวใจ ร่วมกับการอัลตราซาวด์ดูปริมาณน้ำคร่ำ ระหว่างนี้คุณแม่ควรนับครั้งที่ลูกดิ้นทุกวัน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการเตรียมแผนการคลอดร่วมกันของทีมคุณหมอและคุณพ่อคุณแม่นั่นเอง   

 

5. ความเสี่ยงของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ กับทารกในครรภ์มีอะไรบ้าง 

      อีกเรื่องที่เป็นคำถามที่หลายคนสงสัยก็คือโรคและความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งท้องทั้งกับคุณแม่และทารกในครรภ์ว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งโรคที่อาจพบได้ระหว่างการตั้งครรภ์นั้นก็คือ โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง และอาการครรภ์เป็นพิษ โดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ทั้งนี้เมื่อฝากครรภ์คุณแม่ทุกคนจะได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานระหว่างที่ตั้งครรภ์ และไม่ต้องกังวลจนเกินไปเพราะส่วนใหญ่หลังคลอดลูกภาวะผิดปกติที่พบจะหายไป ส่วนโรคอื่นๆ ที่อาจพบได้ก็คือธาลัสซีเมียซึ่งเป็นความผิดปกติของเม็ดเลือดแดงที่ถ่ายทอดกันได้ทางพันธุกรรม

 

6. ถ้าตรวจพบว่าคู่ของเรามีความเสี่ยงที่จะมีลูกป่วยเป็นธาลัสซีเมีย จะทำอย่างไร?  

       อย่างที่บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าโรคธาลัสซีเมียสามารถเกิดขึ้นได้จากการถ่ายทอดผ่านทางพันธุกรรม แต่ไม่ต้องกังวลใจมากจนวิตกเนื่องจากแพทย์จะยิ่งให้ความสำคัญในการตรวจอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น เพื่อหาความรุนแรงที่อาจส่งผลไปยังทารกในครรภ์ และให้แนวทางในการดูแลรักษาที่เหมาะสมมากที่สุดต่อไป ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรมีการวางแผนการตั้งครรภ์และตรวจสุขภาพล่วงหน้าเพื่อหาความผิดปกติต่างๆ

 

7. ทำไมต้องเจาะเลือดหลายครั้งในการฝากครรภ์ 

       ใครที่เคยผ่านการตั้งครรภ์หรือฝากท้องมาบ้างรวมทั้งคุณแม่มือใหม่ด้วยอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีการเจาะเลือดหลายครั้ง ซึ่งวัตถุประสงค์ที่ต้องทำการเจาะเลือดบ่อยๆ นั้นประกอบไปด้วย

  • เพื่อตรวจดูความเข้มข้นของเลือด และตรวจหาภาวะซีด

  • เพื่อตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย โดยหากพบว่าคุณแม่มีความผิดปกติแฝง คุณพ่อจะต้องตรวจเพิ่มด้วย

  • เพื่อตรวจโรคที่มากับเพศสัมพันธ์ คือ HIV และซิฟิลิส (Syphilis) รวมทั้งโรคไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B ) หากคุณแม่มีการติดเชื้อ ต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัยของลูกในครรภ์

  • ตรวจหากรุ๊ปเลือด

  • การตรวจเลือดเป็นการคัดกรองหาความเสี่ยงต่อภาวะต่าง ๆ ซึ่งการตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกของการตั้งท้อง มีประโยชน์ในด้านการวินิจฉัย การให้การรักษา รวมถึงการป้องกันภาวะอื่น ๆ ที่อาจเกิดตามมาได้

 

8. ทำไมต้องกลืนน้ำตาลเพื่อตรวจเบาหวานในการฝากครรภ์ 

       คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนจะต้องได้รับการตรวจเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ในสัปดาห์ที่ 24-28 ของการตั้งครรภ์ โดยจะต้องกลืนน้ำตาล เพื่อดูว่าร่างกายของเรานั้นจัดการกับน้ำตาลได้หรือไม่ ซึ่งการตรวจจะมีด้วยกัน 2 แบบคือ

  1. ตรวจแบบคัดกรอง โดยไม่ต้องงดน้ำ-งดอาหาร กินน้ำตาล 50 กรัม รอ 1 ชั่วโมง เจาะเลือด 1 ครั้ง

  2. ตรวจแบบวินิจฉัย ต้องงดน้ำ-งดอาหาร เจาะเลือดก่อนกินน้ำตาล มี 2 แบบ

    2.1.กินน้ำตาล 100 กรัม แล้วเจาะเลือดในชั่วโมงที่ 1, 2, 3 หลังกินน้ำตาล 
    2.2.กินน้ำตาล 75 กรัม แล้วเจาะเลือดในชั่วโมงที่ 1, 2 หลังกินน้ำตาล

 

9. ทำไมการฝากครรภ์ต้องให้สามีเจาะเลือดด้วย 

       การตรวจสุขภาพหรือตรวจเลือดของคุณพ่อเองก็มีความจำเป็นไม่แพ้กัน เพราะจะได้ทราบว่าคุณพ่อนั้นมีโรคที่เสี่ยงจะติดไปยังคุณแม่หรือไม่ อาทิ ซิฟิลิส, ไวรัสตับอักเสบบี, โรคเอดส์ หรือ โรคทางพันธุกรรมซึ่งพ่อและแม่มีอยู่ ได้แก่ โรคธาลัสซีเมีย ซึ่งการเจาะตรวจเลือดก็ทำไปเพื่อที่จะได้ดูแลลูกน้อยอย่างถูกต้องตั้งแต่ตั้งท้องไปจนถึงหลังคลอดและในบางกรณีอาจต้องมีการตรวจหลังคลอดเพิ่มเติมด้วย

 

10. ทำไมฝากครรภ์แล้วต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 

       เมื่อมีการฝากครรภ์แพทย์มักให้คุณแม่ทำการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่มีความรุนแรงในคุณแม่ตั้งครรภ์มากกว่าคนธรรมดา และสามารถทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่รุนแรงได้มากกว่า เช่น ปอดบวม, เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ, หัวใจวาย ซึ่งอาการเหล่านี้อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยการฉีดวัคซีนควรฉีดในช่วงอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เพื่อลดอันตรายรุนแรงต่อแม่และเด็กจากโรคไข้หวัดใหญ่หลังคลอดลูก และควรได้รับวัคซีนอย่างสม่ำเสมอปีละ 1 ครั้ง

 

       การฝากครรภ์ มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งตั้งแต่รู้ว่าตัวเองเริ่มตั้งครรภ์เพราะแพทย์จะคอยให้คำแนะนำปรึกษาตลอดจนตรวจคัดกรองโรคต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยตั้งแต่ตั้งครรภ์ไปจนหลังคลอด  สำหรับท่านที่มีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการฝากครรภ์สามารถสอบถามเข้ามาได้จากช่องทางการติดต่อบนหน้าเว็บไซต์ หรือเลือกใช้บริการของอินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรมได้ทุกสาขาใกล้บ้านโดยค้นหาจากคลินิกใกล้ฉันใน Google เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่จะคอยดูแลคุณและลูกน้อยให้มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุดจนรวมถึงการดูแลหลังคลอดอีกด้วย


ฝากครรภ์เหมาจ่ายและตรวจหลังคลอด


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
   Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก 
   ติดต่อ สอบถาม   
  @qns9056c
  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม