ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ข้อมูลยา วิธีใช้ และผลข้างเคียง

ฟาวิพิราเวียร์

ฟาวิพิราเวียร์ ยาเม็ดที่เคยถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 กลายเป็นชื่อที่คนไทยหลายคนคุ้นหู แม้จะเริ่มต้นจากการใช้รักษาโรคไข้หวัดใหญ่ แต่บทบาทของฟาวิพิราเวียร์ในวิกฤตสุขภาพก็เป็นยารักษาโควิด19 ในระยะเริ่มต้น บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับฟาวิพิราเวียร์ค่ะ

ข้อมูลเกี่ยวกับยา

ลักษณะและรูปแบบยา

ส่วนประกอบและปริมาณตัวยาสำคัญ


ลักษณะและรูปแบบยาทางเภสัชกรรม

  • เม็ดกลม นูน  เคลือบฟิล์มสีเหลือง ด้านหนึ่งมีตัวอักษร “F” อีกด้านหนึ่งเรียบ

ราคายาฟาวิพิราเวียร์

  • ยาฟาวิพิราเวียร์ ราคา 1,600 บาท (ไม่รวมค่าแพทย์ ค่าแลปและอื่นๆ)

ข้อบ่งใช้

  • ฟาเวียร์มีข้อบ่งใช้สำหรับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่หรือโรคอุบัติซ้ำจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ เมื่อใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ได้ผลหรือมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ

ขนาดยาและวิธีการใช้ยา

  • ผู้ใหญ่ : ขนาดการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในผู้ใหญ่คือ 1600 มิลลิกรัม รับประทานวันละ 2 ครั้ง ในวันที่ 1 จากนั้นให้รับประทานในขนาด 600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งต่อเนื่องไปอีก 4 วัน โดยมีระยะเวลาการใช้ยานี้ทั้งหมด 5 วัน 

คุณสมบัติทางเภสัชวิทยา

คุณสมบัติทางเภสัชพลศาสตร์

  • ฤทธิ์ต้านไวรัสในหลอดทดลอง : ฟาวิพิราเวียร์แสดงฤทธิ์ต้านไวรัสต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ และ สายพันธุ์ บี ในห้องปฏิบัติการ ที่มีค่าความเข้มข้น ที่ให้ประสิทธิภาพ 50% (EC50) เท่ากับ 0.014-0.55 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร 
  • ค่า EC50 ต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ และ สายพันธุ์ บี ตามฤดูกาล รวมถึงสายพันธุ์ที่ดื้อต่อ adamantane (amantadine และ rimantadine) oseltamivir หรือ zanamivir เท่ากับ 0.03 – 0.94 และ 0.09-0.83 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ
  • ค่า EC50 ต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (รวมถึงสายพันธุ์ที่ดื้อต่อยา adamantane, oseitamivir หรือ zanamivi) เช่น ไข้หวัดหมูและไข้หวัดนก รวมถึงสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคได้สูง (รวมถึง เฮซ5เอ็น1 และ เฮช7เอ็น9) เท่ากับ 0.06-3.53 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร
  • ค่า EC50 ต่อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ และสายพันธุ์ บี ที่ดื้อต่อยา adamantane, oseltamivir หรือ zanamivir) เท่ากับ 0.09-0.47 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร และไม่พบการดื้อข้ามสายพันธุ์

คุณสมบัติทางเภสัชจลนศาสตร์

  • การดูดซึมยา : ตามตารางในเอกสารกำกับยาแสดงตัวแปรทางเภสัชจลนศาสตร์ของยาฟาวิพิราเวียร์ หลังให้ยาในอาสาสมัครสุขภาพดี 8 ราย โดยการรับประทาน ในขนาด 1600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 1 วัน แล้วลดขนาดยาเหลือ 600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน แล้วตามด้วย 600 มิลลิกรัม วันละหนึ่งครั้งอีก 1 วัน (1600 มิลลิกรัม/600 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง)
ตั้งครรภ์ห้ามกินยาฟาร์วิ

ข้อห้ามใช้

  • ในสตรีมีครรภ์หรือสงสัยว่าว่าจะตั้งครรภ์ สำคัญ (เนื่องจากพบการก่อให้เกิดทารกวิรูปและการตายของตัวอ่อนระยะแรกในการศึกษาในสัตว์ทดลอง)
  • ผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ต่อส่วนประกอบใดๆในยานี้

ข้อควรระวังในการใช้ยา

  • จึงห้ามใช้ยานี้ในสตรีมีครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ เนื่องจากพบการก่อให้เกิดทารกวิรูปและการตายของตัวอ่อนระยะแรกในการศึกษาในสัตว์ทดลองของฟาวิพิราเวียร์ 
  • เมื่อจะใช้ฟาวิพิราเวียร์กับสตรีที่มีศักยภาพในการตั้งครรภ์ ให้ยืนยันผลการทดสอบการตั้งครรภ์ที่เป็นลบก่อนเริ่มต้นการรักษา อธิบายถึงความเสี่ยง และแนะนำวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพให้กับคู่ของสตรีเหล่านั้นระหว่างที่ทำการรักษา และสิ้นสุดการรักษาแล้ว 7 วัน ถ้าสงสัยว่าตั้งครรภ์ระหว่างรักษา ให้หยุดการรักษาทันทีและปรึกษาแพทย์
  • สามารถพบฟาวิพิราเวียร์ได้ในอสุจิ เมื่อใช้ยานี้ในผู้ป่วยเพศชายควรอธิบายถึงความเสี่ยงและแนะนำวิธีการคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพ ในการมีเพศสัมพันธ์ช่วงระหว่างที่ทำการรักษาและหลังสิ้นสุดการรักษาแล้ว 7 วัน (ผู้ชายต้องสวมถุงยางอนามัย) นอกจากนี้ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์กับหญิงตั้งครรภ์
  • ก่อนเริ่มรักษา ให้อธิบายถึงประสิทธิภาพ และความเสี่ยง (รวมถึงความเสี่ยงของการสัมผัสกับทารกในครรภ์) เป็นลายลักษณ์อักษรกับผู้ป่วยหรือสมาชิกในครอบครัว และต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ควรใช้ฟาวิพิราเวียร์ เท่าที่จำเป็น ด้วยความรอบคอบ สำคัญ

การใช้ยาในสตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร

สตรีมีครรภ์ : ไม่ควรใช้ฟาเวียร์ในสตรีมีครรภ์ หรือสงสัยว่าจะตั้งครรภ์ (ในการศึกษาในสัตว์ที่ได้รับยาในขนาดใกล้เคียงหรือขนาดต่ำกว่าที่ใช้ทางคลินิก พบว่ามีการตายของตัวอ่อนระยะแรก และความเป็นพิษต่อทารกในครรภ์)

สตรีระหว่างให้นมบุตร : เมื่อให้ฟาวิพิราเวียร์ในหญิงให้นมบุตร แนะนำให้หยุดการให้นมบุตร (พบเมตาบอไลท์หลักของฟาวิพิราเวียร์ในรูปของไฮดรอกซิเลทได้ในน้ำนมแม่)

ผลข้างเคียงของฟาวิพิราเวียร์

  1. อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญทางคลินิกพฤติกรรมที่ผิดปกติ (ไม่ทราบความถี่อุบัติการณ์) : แม้ว่าจะไม่ทราบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุ แต่พฤติกรรมที่ผิดปกติ (เช่น การวิ่งหนีไปอย่างกะทันหัน เดินเตร็ดเตร่) อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ สะดุดล้ม ในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้
  2. อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญทางคลินิก (จากยาที่คล้ายคลึงกัน) พบรายงานการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญทางคลินิกดังต่อไปนี้ จากการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ตัวอื่น ผู้ป่วยควรได้รับการเฝ้าระวังอย่างใกลัชิด หากพบอาการผิดปกติใดๆ ควรหยุดการรักษาและให้การรักษาแก้ไขที่เหมาะสม สำคัญ
อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญทางคลินิก
  • ภาวะช็อค. อะนาพัยแลคชิส
  • ปอดบวม
  • โรคตับอักเสบอย่างรุนแรงและรวดเร็ว, ตับทำงานผิดปกติ, ดีช่าน
  • การแพ้ยาทางผิวหนังอย่างรุนแรงแบบ Toxic epidermal necrolysis (TEN). oculomuco-cutaneous syndrome (Stevens-Johnson syndrome)
  • การบาดเจ็บของไตเฉียบพลัน
  • การลดลงของจำนวนเม็ดเลือดขาว, นิวโทรฟิล, เกล็ดเลือด
  • อาการทางระบบประสาทและจิตเวช (ความรู้สติถูกรบกวน, เพ้อ, หลอน, อาการหลงผิด, ซัก เป็นต้น)
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบ มีเลือดออก
  1. อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ ถ้ามีอาการไม่พึงประสงค์เหล่านี้เกิดขึ้น ควรให้การรักษาแก้ไขที่เหมาะสมตามอาการ

ฟาวิพิราเวียร์ เป็นยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาอาการโควิด-19 ในระยะเริ่มต้น หากคุณเริ่มมีไข้ ไอ เจ็บคอ หรือสงสัยว่าติดเชื้อ รีบมาตรวจและรับยาที่คลินิกได้ทันที ยิ่งเริ่มยาเร็ว ยิ่งฟื้นตัวไว ลดโอกาสเสี่ยงอาการรุนแรง ไม่ต้องรอนาน รักษาไว สบายใจได้ที่คลินิกของเรา

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 14/05/2568

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com