วิธีอ่านค่า EKG คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ค่าปกติ vs ผิดปกติ

วิธีอ่านค่า EKG คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ค่าปกติ vs ผิดปกติ

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วมีผิดปกติ หมายความว่าอะไร อันตรายไหม? และเป็นโรคหัวใจทันทีหรือไม่? หลายคนที่ได้รับผลตรวจ EKG แล้วพบความผิดปกติอาจรู้สึกกังวล

พาไปทำความเข้าใจว่า กราฟ EKG คืออะไร ค่าแบบไหนถือว่าปกติ ค่าผิดปกติดูจากตรงไหน ควรทำอย่างไรต่อ รวมถึงข้อมูลค่าใช้จ่ายในการตรวจ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับค่า EKG

  1. กราฟ EKG คืออะไรน่าสนใจ
  2. ค่า EKG ปกติควรเป็นอย่างไร
  3. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผิดปกติ คือค่าเท่าไหร่
  4. ค่า EKG ผิดปกติบอกอะไรได้บ้าง
  5. หากค่า EKG ผิดปกติ เป็นโรคหัวใจเลยไหม น่าสนใจ
  6. เมื่อผล EKG ผิดปกติ ควรทำอย่างไร
  7. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจราคาเท่าไหร่
กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

กราฟ EKG คืออะไร

กราฟกราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) คือ เส้นกราฟที่แสดงการไหลของกระแสไฟฟ้าในหัวใจ ใช้ตรวจดูการทำงานของหัวใจและช่วยประเมินว่ามีความผิดปกติหรือไม่

โดยเส้นกราฟจะถูกบันทึกลงบนกระดาษที่เป็นช่องเล็ก ๆ เพื่อให้แพทย์อ่านค่าและวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG ที่คลินิกใกล้บ้าน พร้อมข้อดีของการตรวจและราคา

เช็กราคาตรวจ EKG

EKG ปกติควรเป็นอย่างไร 

หากผลตรวจ EKG อยู่ในเกณฑ์ปกติ มักมีลักษณะดังนี้

อัตราการเต้นของหัวใจ (Rate)

  • ปกติหัวใจจะเต้นอยู่ที่ประมาณ 60-100 ครั้ง/นาที

จังหวะการเต้นของหัวใจ (Rhythm)

  • การเต้นควรมีจังหวะสม่ำเสมอ ระยะห่างของเส้นกราฟควรใกล้เคียงกัน โดยประเมินจากจำนวนช่องบนกระดาษกราฟ

ทิศทางของศักย์ไฟฟ้ารวมของหัวใจ (QRS axis)

  • โดยทั่วไปจะอยู่ในช่วง 0-90 องศา (normal axis) ซึ่งแพทย์จะดูจากกราฟ EKG ใน Lead I และ aVF เป็นหลัก

ความผิดปกติอื่น ๆ

ปกติจะไม่พบความผิดปกติอื่น เช่น ห้องหัวใจโต หรือการเปลี่ยนแปลงของช่วง ST-T

พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์
แพทย์หญิงนลพรรณ พิทักษ์สาลี ว.71033

ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ผิดปกติ ค่าเท่าไหร่

หากผล EKG ผิดปกติ อาจพบลักษณะเหล่านี้

อัตราการเต้นของหัวใจ (Rate)

  • หัวใจเต้นช้า: น้อยกว่า 60 ครั้ง/นาที
  • หัวใจเต้นเร็ว: มากกว่า 100 ครั้ง/นาที

จังหวะการเต้นของหัวใจ (Rhythm)

  • ระยะห่างของคลื่นไฟฟ้าไม่สม่ำเสมอ

ทิศทางของศักย์ไฟฟ้ารวมของหัวใจ (QRS axis)

  • อาจพบลักษณะ Right axis deviation, Left axis deviation หรือ Indeterminate axis

ความผิดปกติอื่น ๆ

เช่น ห้องหัวใจโต, การเปลี่ยนแปลงของ ST segment (ยกขึ้นหรือยกลง), ระยะ PR สั้นลง เป็นต้น

สนใจตรวจ EKG ทักแชทเลย

EKG ผิดปกติบอกอะไรได้บ้าง

ค่า EKG ผิดปกติสามารถบอกอะไรได้บ้าง

ผล EKG ที่ผิดปกติ อาจบ่งบอกหรือแสดงถึงการทำงานของหัวใจที่อาจเปลี่ยนไปจากปกติ หรือมีภาวะบางอย่างที่ส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ โดยสามารถช่วยวินิจฉัยภาวะต่าง ๆ ได้ เช่น

  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (Acute Coronary Syndrome) 
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Cardiac arrhythmia) 
  • ภาวะห้องหัวใจโต (Atrial enlargement / Ventricular hypertrophy) 
  • ภาวะสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ (Electrolyte imbalance)
  • เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis)
  • ภาวะพิษจากยาบางชนิด (Drug intoxication)
สนใจตรวจ EKG ทักแชทเลย

หาก EKG ผิดปกติ เป็นโรคหัวใจเลยไหม

หาก EKG มีความผิดปกติอาจไม่ได้เป็นโรคหัวใจเสมอไป โดยจะจำแนกอาการดังนี้

  • กรณีมีอาการแสดงถึงการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติ หรือมีภาวะใด ๆ ที่ส่งผลต่อการเต้นของหัวใจ อาจจะเป็นโรคที่เกี่ยวกับหัวใจโดยตรง เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • กรณีที่เป็นภาวะอื่น ๆ ของร่างกาย  เช่น มีสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ หรือภาวะพิษจากยา เป็นต้น ค่ะ

โดยส่วนมากแพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อประเมินอาการของผู้ป่วยและเปรียบเทียบจาก EKG เดิมของผู้ป่วยร่วมด้วยค่ะ

เมื่อผล EKG ผิดปกติ ควรทำอย่างไร

หากพบความผิดปกติจาก EKG แพทย์อาจพิจารณา ดังนี้

  • ตรวจ EKG ซ้ำ
  • ส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น เจาะเลือด หรือ ตรวจปัสสาวะ

ในกรณีที่เป็นภาวะฉุกเฉิน แพทย์จะส่งต่อเพื่อตรวจและรักษาที่โรงพยาบาลทันที 🚑 แต่ถ้าเป็นภาวะที่ไม่เร่งด่วน อาจนัดติดตามผล EKG ในภายหลังค่ะ

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมีความสำคัญในการประเมินการทำงาน และตรวจหาความผิดปกติของหัวใจ โดยเฉพาะด้านอัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจ EKG ซึ่งปกติจะมีอัตราการเต้นอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที และมีจังหวะสม่ำเสมอ

หากพบค่า EKG ที่ผิดปกติ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าเกณฑ์ หรือจังหวะไม่สม่ำเสมอ อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ, กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, หรือภาวะสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผล EKG ที่ผิดปกติไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคหัวใจเสมอไป การวินิจฉัยสุดท้ายจึงต้องอาศัยการตรวจร่างกายและผลตรวจอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาหรือการติดตามผลที่เหมาะสมต่อไป

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 แก้ไขล่าสุด : 22/02/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com