การเตรียมเอกสารการยื่นวีซ่าไปทำงานญี่ปุ่น เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้สมัครงานและนายจ้างไม่ควรมองข้าม เพราะหากเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ถูกต้อง อาจทำให้การพิจารณาวีซ่าล่าช้าได้ รวบรวมเอกสารที่ต้องใช้ ขั้นตอนการยื่นวีซ่า และข้อควรรู้เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพก่อนไปทำงานญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้การเตรียมตัวไปทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลที่ควรรู้
- วีซ่าทำงานคืออะไร
- การยื่นวีซ่าทำงานญี่ปุ่นใช้เอกสารอะไรบ้าง
- ยื่นวีซ่าไปทำงานญี่ปุ่นต้องใช้ใบรับรองแพทย์ไหม

- โรคต้องห้ามในการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น
วีซ่าทำงาน คืออะไร
วีซ่าทำงาน คือ หนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาทำงานและพำนักอาศัยอยู่ภายในประเทศได้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
โดยมีสถานกงสุล กระทรวงการต่างประเทศหรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศนั้นๆ เป็นผู้ออกหนังสืออนุญาตทำงานหรือวีซ่าทำงาน
โดยวีซ่าทำงานญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่าชูโรวีซ่า (shurou visa) มีทั้งแบบอายุ 1 ปี 3 ปีและวีซ่าทำงาน 5 ปี ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ยื่นขอวีซ่าทำงานและดุลยพินิจของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศญี่ปุ่น โดยวีซ่าทำงานญี่ปุ่นแบ่งแยกย่อยออกเป็น 19 ประเภทตามลักษณะงานต่างๆ เช่น
- วีซ่านักการทูต (Diplomatic Visa) เช่น นักการทูต ผู้แทนขององค์กรระหว่างประเทศ
- วีซ่าเจ้าหน้าที่ขององค์กรภาครัฐต่างประเทศ
- วีซ่าศาสตราจารย์ (Professor) เช่น อาจารย์ อาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้ช่วยศาสตราจารย์
- วีซ่าผู้เชี่ยวชาญ (Highly Skilled Professional)
- วีซ่าศิลปิน (Artist)
- วีซ่านักแสดง (Entertainer) เช่น การแสดงละคร นาฏศิลป์ นักกีฬา นักดนตรี หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการให้ความบันเทิง
- วีซ่าด้านวิศวกรรม มนุษยศาสตร์และกิจการต่างประเทศ เช่น วิศวกร ดีไซเนอร์ นักออกแบบ นักแปล ครูสอนภาษา ล่ามแปลภาษา ฯลฯ
- วีซ่าแรงงานทักษะเฉพาะทาง (Specified Skilled Worker)
- วีซ่าธุรกิจ เช่น ผู้จัดการ กรรมการบริษัท CEO
- วีซ่าผู้ประกอบกิจกรรมทางศาสนา (Religious Activities)
- วีซ่านักสื่อสารมวลชน เช่น นักข่าว ผู้ประกาศข่าว ช่างกล้อง/ช่างภาพข่าว
- วีซ่าด้านกฎหมายและการให้บริการด้านบัญชี เช่น นักบัญชี นักการภาษี นักตรวจสอบภาษีปฏิบัติการ ทนายความ ตุลาการ ฯลฯ
การยื่นวีซ่าทำงานญี่ปุ่นใช้เอกสารอะไรบ้าง
ผู้ที่มีความประสงค์ยื่นขอวีซ่าทำงานญี่ปุ่น (shurou visa) จะต้องจัดเตรียมเอกสารที่ต้องแสดงในการยื่นคำร้องขอวีซ่าทำงาน ดังนี้
- หนังสือเดินทางฉบับจริง โดยควรมีหน้าว่างที่ไม่มีตราประทับมากกว่า 2 หน้าขึ้นไปและหากมีหนังสือเดินทางฉบับเก่าให้นำมาแสดงด้วย
- ใบคำร้องขอวีซ่า (สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย)
- รูปถ่าย ขนาด 2×2 นิ้ว เป็นภาพสีหรือขาวดำ พื้นหลังเป็นสีอ่อน ไม่มีลวดลายและไม่มีการตกแต่งภาพถ่าย มีอายุไม่เกิน 6 เดือน
- แบบสอบถามเพื่อการยื่นขอวีซ่า พร้อมกรอกวัตถุประสงค์ในการเดินทางและลงลายมือชื่อตามหนังสือเดินทางให้ครบถ้วน ถูกต้อง
- ใบรับรองสถานภาพการพำนัก (Certificate of Eligibility: COE) ที่ทางบริษัทผู้ว่าจ้างในประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ออกให้ ฉบับจริงและสำเนา
- ทะเบียนบ้าน ฉบับจริงและสำเนาอีก 1 ชุด
- ในกรณีที่มีการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล จะต้องเตรียมเอกสารแสดงการเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุลให้พร้อม เช่น ใบเปลี่ยนชื่อตัว-ชื่อสกุล ใบสำคัญการสมรสหรือใบสำคัญการหย่า ใช้ฉบับจริงและสำเนา 1 ชุด
- ใบรับรองแพทย์ ที่ออกให้โดยคลินิกหรือสถานพยาบาล

- เอกสารเกี่ยวกับเงินบำนาญ เบี้ยประกันสุขภาพและภาษี (ขอรับได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือบริษัท) เช่น หนังสือรับรองการจัดเก็บภาษีและหนังสือรับรองการเสียภาษี, หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย, สำเนาบัตรประกันสุขภาพแห่งชาติ, หนังสือรับรองการชำระเงินประกันสุขภาพแห่งชาติ
- เอกสารที่รับรองว่าผ่านการสอบ The Japan Foundation Test for Basic Japanese หรือ JFT-Basic ที่เป็นการทดสอบเพื่อวัดระดับความสามารถเกี่ยวกับการสื่อสารและการใช้ชีวิตประจำวันของชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น
- ประวัติส่วนตัวและประวัติการทำงานโดยย่อ
ยื่นวีซ่าทำงานที่ญี่ปุ่นต้องขอใบรับรองแพทย์ไหม
การยื่นขอวีซ่าไปทำงานญี่ปุ่นหรือการยื่นขออนุญาตทักษะเฉพาะทางจะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ร่วมด้วยเสมอเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ที่มีความประสงค์ขอวีซ่าทำงานญี่ปุ่นหรือขออนุญาตทักษะเฉพาะทางได้ผ่านการตรวจโรคจากแพทย์ พร้อมทั้งมีการแจ้งประวัติการเข้ารับการรักษา ประวัติการเข้าโรงพยาบาล ประวัติการผ่าตัด ประวัติการใช้ยาเพื่อการรักษาโรคไว้อย่างครบถ้วนถูกต้อง และไม่ป่วยเป็นโรคติดต่อร้ายแรงที่ห้ามมิให้เข้าไปสู่ประเทศญี่ปุ่น
โรคต้องห้ามในการทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น
ผู้ที่มีความประสงค์เดินทางไปทำงานญี่ปุ่นและยื่นขอวีซ่าทำงานจะต้องมีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงและไม่เป็นป่วยโรคติดต่อร้ายแรงเหล่านี้
โรคติดต่อประเภท 1
โรคติดต่อประเภท 1 สามารถแบ่งออกเป็น 7 โรค ได้แก่
- ไข้เลือดออกอีโบลา โรคระบาดที่มีต้นกำเนิดในแถบแอฟริกาตะวันตก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสอีโบลาซึ่งนับเป็นโรคติดต่อรุนแรงและสร้างอันตรายถึงชีวิต
- ไข้เลือดออกไครเมียน-คองโก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสชนิดหนึ่ง สามารถแพร่กระจายผ่านเห็บและแพร่จากคนสู่คนได้โดยการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่งและสารน้ำ
- ไข้ทรพิษ/ฝีดาษ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส สามารถแพร่ผ่านคนสู่คนได้ผ่านทางระบบทางเดินหายใจ มีอัตราการเสียชีวิตประมาณร้อยละ 30
- ไข้เลือดออกที่ระบาดทางทวีปอเมริกาใต้ แบ่งออกเป็น 4 ประเทศ คือ ไข้เลือดออกอาร์เจนตินา ,ไข้เลือดออกบราซิล ,ไข้เลือดออกโบลิเวีย และไข้เลือดออกเวเนซุเอล่า
- กาฬโรค เป็นโรคที่เกิดจากสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กและสามารถแพร่กระจายสู่คนได้ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเยอร์ซีเนีย เพสติส (Yersinia pestis) หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมก็อาจทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 50-60
- ไข้เลือดออกมาร์บวร์ก เป็นการติดเชื้อไวรัสชนิดเฉียบพลันในตระกูลฟิโลไวริเดอี (Filoviridae) ที่มีสัตว์เป็นพาหะนำโรค ส่งผลให้ผู้ที่ติดเชื้อมีภาวะเลือดออกมากและอาจทำให้เสียชีวิตภายในช่วง 8-9 วันหลังการรับเชื้อ
- ไข้เลือดออกลาสซา เป็นโรคไข้เลือดออกอีกหนึ่งชนิดที่มีหนูเป็นพาหะนำโรค มีระยะฟักตัวของโรคประมาณ 1-3 สัปดาห์ อาการโดยทั่วไปคล้ายกับโรคไข้เลือดออก แต่หากในกลุ่มที่มีอาการรุนแรงจะมีเลือดออกจากร่างกายจำนวนมาก เกล็ดเลือดลดต่ำลงอย่างรวดเร็วจนทำให้เกิดภาวะช็อก
โรคติดต่อประเภท 2
โดยสามารถแบ่งโรคติดต่อประเภท 2 ออกได้เป็น 6 โรค ได้แก่
- โปลิโอ
- วัณโรค
- โรคคอตีบ
- โรคซาร์ส (SARS)
- โรคเมอร์ส (MERS)
- ไข้หวัดนก (H5N1 และ H7N9)
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
สามารถแบ่งไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดจากคนสู่คนโดยมีเชื้อไวรัสเป็นต้นเหตุ โดยที่ประชาชนทั่วไปไม่มีภูมิคุ้มกันโรค ซึ่งอาจมีการแพร่กระจายที่รวดเร็วในระดับชาติและมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพประชาชน
- ไข้หวัดใหญ่ที่เกิดการระบาดช้ำ ไข้หวัดใหญ่ที่ถูกกำหนดโดยกระทรวงสาธารณสุขแรงงานและสวัสดิการสังคมว่าเคยมีการระบาดในอดีตและไม่มีการตรวจพบการระบาดของโรคเป็นระยะเวลานาน มีการกลับมาระบาดอีกครั้งโดยที่ประชาชนทั่วไปไม่มีภูมิคุ้มกันโรค
การเตรียม เอกสารการยื่นวีซ่าไปทำงานญี่ปุ่น ให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสได้รับการอนุมัติวีซ่าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งผู้สมัครงานและนายจ้างควรตรวจสอบเอกสารทุกฉบับให้ถูกต้อง
หากคุณกำลังเตรียมเอกสารไปทำงานประเทศญี่ปุ่น อินทัชเมดิแคร์ ให้บริการ ตรวจสุขภาพไปทำงานญี่ปุ่น ตามแบบฟอร์มของนายจ้าง พร้อมออกใบรับรองแพทย์โดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ลดขั้นตอน ประหยัดเวลา และพร้อมให้คำแนะนำค่ะ
เอกสารอ้างอิง
บทความที่น่าสนใจ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม
คลินิกเวชกรรม
แก้ไขล่าสุด : 19/06/2026 (ปรับปรุงเว็บไซต์แล้ว)
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

