การฉีดวัคซีนคือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการดูแลสุขภาพลูกน้อย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดต่อร้ายแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต พ่อแม่หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า “วัคซีนพื้นฐาน” และ “วัคซีนเสริม” และอาจสับสนว่าลูกของเราควรได้รับวัคซีนชนิดใดบ้าง แต่ละชนิดมีความสำคัญอย่างไร และมีความแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนสำหรับเด็กอย่างละเอียด เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถวางแผนการดูแลสุขภาพลูกได้อย่างมั่นใจและครบถ้วน
ทำความเข้าใจ “วัคซีนพื้นฐาน” สำคัญอย่างไร?
วัคซีนพื้นฐาน หรือ วัคซีนภาคบังคับตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศ คือวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้ฟรี ณ สถานบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อป้องกันโรคติดต่อที่พบบ่อยและมีความรุนแรงในเด็กเล็ก ซึ่งหากป่วยแล้วอาจเป็นอันตรายร้ายแรง พิการ หรือเสียชีวิตได้ การฉีดวัคซีนพื้นฐานตามกำหนดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และควบคุมโรคในระดับประเทศ
วัคซีนพื้นฐานป้องกันโรคอะไรบ้าง?
- วัคซีน BCG (วัคซีนป้องกันวัณโรค): ป้องกันวัณโรครูปแบบรุนแรง เช่น วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง
- วัคซีนตับอักเสบบี (HB): ป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง ตับแข็ง และมะเร็งตับ
- วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และฮิบ (DTP-HB-Hib): เป็นวัคซีนรวมป้องกันโรคที่พบบ่อยและอันตรายในเด็กเล็ก ได้แก่ คอตีบ (โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจรุนแรง), ไอกรน (โรคทางเดินหายใจที่ทำให้ไออย่างรุนแรง), บาดทะยัก (โรคติดเชื้อจากบาดแผล), โปลิโอ (โรคที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและเป็นอัมพาต) และฮิบ (เชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ)
- วัคซีนหัด คางทูม หัดเยอรมัน (MMR): ป้องกันโรคหัด (ผื่นขึ้นทั้งตัวและมีไข้สูง), คางทูม (ต่อมน้ำลายอักเสบ), และหัดเยอรมัน (ผื่นขึ้นไข้ต่ำๆ อาจมีผลต่อทารกในครรภ์หากมารดาติดเชื้อ)
- วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี (JE): ป้องกันโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัสเจอี ซึ่งมียุงเป็นพาหะ นำไปสู่สมองอักเสบและอาการทางระบบประสาทที่รุนแรง
ตารางฉีดวัคซีนเด็กตามช่วงวัย (แรกเกิด – 12 ปี)
ตารางด้านล่างนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับการฉีดวัคซีนทั้งวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริมที่แนะนำ โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสุขภาพของลูกน้อย
| ช่วงอายุ | วัคซีนพื้นฐาน (ตามกำหนด) | วัคซีนเสริม (แนะนำ) |
|---|---|---|
| แรกเกิด | BCG ตับอักเสบบี (เข็มที่ 1) |
|
| 1 เดือน | ตับอักเสบบี (เข็มที่ 2) | |
| 2 เดือน | คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ฮิบ (เข็มที่ 1) | โรต้า (เข็มที่ 1) ไอพีดี (เข็มที่ 1) |
| 4 เดือน | คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ฮิบ (เข็มที่ 2) | โรต้า (เข็มที่ 2) ไอพีดี (เข็มที่ 2) |
| 6 เดือน | คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ฮิบ (เข็มที่ 3) ตับอักเสบบี (เข็มที่ 3) |
โรต้า (เข็มที่ 3, ถ้าเป็นชนิด 3 โดส) ไข้หวัดใหญ่ (เริ่มฉีดได้) |
| 9 เดือน | หัด คางทูม หัดเยอรมัน (เข็มที่ 1) | |
| 1 ปี (12 เดือน) | ไข้สมองอักเสบเจอี (เข็มที่ 1) | ไอพีดี (เข็มที่ 3/เข็มกระตุ้น) อีสุกอีใส (เข็มที่ 1) ตับอักเสบเอ (เข็มที่ 1) |
| 1 ปี 6 เดือน (18 เดือน) | คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ ฮิบ (เข็มกระตุ้น) | ไข้สมองอักเสบเจอี (เข็มที่ 2) ตับอักเสบเอ (เข็มที่ 2) |
| 2 ปี (24 เดือน) | ไข้หวัดใหญ่ (ฉีดทุกปี) | |
| 2 ปี 6 เดือน | อีสุกอีใส (เข็มที่ 2) | |
| 4-6 ปี | หัด คางทูม หัดเยอรมัน (เข็มที่ 2) คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ (เข็มกระตุ้น) |
|
| 9-12 ปี | ไข้สมองอักเสบเจอี (เข็มกระตุ้น) | HPV (สำหรับเด็กหญิงและชาย) |

เจาะลึก “วัคซีนเสริม” ทำไมคุณหมอแนะนำให้ฉีดเพิ่ม?
วัคซีนเสริม หรือ วัคซีนทางเลือก คือวัคซีนที่ไม่ได้อยู่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของรัฐบาล แต่ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากองค์การอนามัยโลกและหน่วยงานสาธารณสุข และคุณหมอส่วนใหญ่แนะนำให้ฉีดเพิ่ม เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการปกป้องจากโรคต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากวัคซีนพื้นฐานไม่สามารถครอบคลุมโรคติดเชื้อทั้งหมดที่มีความสำคัญและอาจเป็นอันตรายในเด็กได้ วัคซีนเสริมเหล่านี้มักมีค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพที่ดีของลูก
วัคซีนเสริมที่สำคัญและคุณหมอแนะนำ
วัคซีน IPD (ป้องกันโรคติดเชื้อไอพีดี)
IPD หรือ Invasive Pneumococcal Disease เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) เป็นสาเหตุสำคัญของโรคติดเชื้อรุนแรงในเด็กเล็ก เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบติดเชื้อในกระแสเลือด และหูชั้นกลางอักเสบ เชื้อนี้แพร่กระจายได้ง่ายจากการไอ จาม การฉีดวัคซีน IPD จึงช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อรุนแรงและลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
วัคซีนโรต้า (ป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อโรต้า)
ไวรัสโรต้าเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคอุจจาระร่วงรุนแรงในทารกและเด็กเล็ก ทำให้เกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง และอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล วัคซีนโรต้าเป็นวัคซีนชนิดรับประทาน ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อโรต้า และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างชัดเจน
วัคซีนไข้หวัดใหญ่
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบบ่อย สามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ และสมองอักเสบได้ เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ จึงแนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ที่ระบาดในปีนั้นๆ
วัคซีนอีสุกอีใส
โรคอีสุกอีใสเกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา (Varicella-Zoster virus) ทำให้เกิดผื่นคัน มีตุ่มน้ำใสทั่วร่างกาย แม้โดยทั่วไปจะไม่รุนแรง แต่ในบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง ปอดอักเสบ หรือสมองอักเสบได้ การฉีดวัคซีนอีสุกอีใสช่วยป้องกันหรือลดความรุนแรงของโรค
วัคซีนตับอักเสบเอ
ไวรัสตับอักเสบเอแพร่กระจายทางอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ ทำให้เกิดอาการตับอักเสบ มีไข้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ดีซ่าน แม้โดยทั่วไปจะหายได้เอง แต่การป้องกันด้วยวัคซีนจะช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยจากการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อน
วัคซีน HPV (ป้องกันมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่)
วัคซีน HPV (Human Papillomavirus) มีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในเด็กหญิง และยังสามารถป้องกันมะเร็งอื่นๆ ที่เกิดจากเชื้อ HPV รวมถึงหูดหงอนไก่ได้อีกด้วย ปัจจุบันแนะนำให้ฉีดในเด็กหญิงและเด็กชายตั้งแต่อายุ 9-15 ปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนการสัมผัสเชื้อ
สรุปและคำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่
การฉีดวัคซีนเป็นเกราะป้องกันที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อย ทั้งวัคซีนพื้นฐานที่รัฐจัดให้และวัคซีนเสริมที่แพทย์แนะนำ ล้วนมีบทบาทในการปกป้องลูกจากโรคต่างๆ เพื่อให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีที่สุด
สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรึกษาและพูดคุยกับกุมารแพทย์ผู้ดูแลลูกน้อยของคุณ เพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมกับช่วงวัย สุขภาพ และปัจจัยเสี่ยงของลูกแต่ละคน ไม่ต้องกังวลหากมีข้อสงสัย เพราะกุมารแพทย์จะสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ที่สุดในการตัดสินใจดูแลสุขภาพลูกรักของคุณ

