VeroRab (วีโรแรบ) วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

VeroRab (เวโรรับ) วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

วัคซีน Verorab (วีโรแรบ) คือวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าชนิดเชื้อตายที่ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงเซลล์ (Vero Cell) จุดเด่นที่สำคัญที่สุดคือ ไม่มีส่วนผสมที่สกัดจากไข่ไก่ จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สามารถใช้ฉีดเพื่อป้องกันและรักษาโรคได้ในทุกเพศทุกวัย

ข้อมูลที่ควรรู้เรื่องวัคซีน Verorab

VeroRab (วีโรแรบ) คืออะไร

วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ชนิดเชื้อตาย ใช้เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งแบบป้องกันล่วงหน้าหรือหลังสัมผัสเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า โดยใช้ฉีดเพื่อเป็นวัคซีนชุดแรกหรือเข็มกระตุ้นซ้ำ

ลักษณะและส่วนประกอบวัคซีนVeroRab

ลักษณะและส่วนประกอบของยานี้

  • วัคซีน 1 โดส มีขนาด 0.5 มิลลิลิตร ชนิดผงแห้งแข็งพร้อมนํ้ายาทําละลายสําหรับฉีด
  • ลักษณะวัคซีน: วัคซีนผงแห้งบรรจุในขวดแก้วใส และน้ำยาทำละลายบรรจุในกระบอกฉีดแก้วใส สำหรับเตรียมเป็นน้ำยาแขวนตะกอนสำหรับฉีด
  • ตัวยาสำคัญ คือ เชื้อไวรัส Rabies สายพันธุ์ WISTAR Rabies PM/WI38 1503-3M (ชนิดเชื้อตาย)

ข้อควรรู้ก่อนใช้วัคซีน

ห้ามใช้วัคซีนนี้เมื่อไร

  • หากท่านเคยแพ้วัคซีนนี้ หรือส่วนประกอบของวัคซีนนี้ (สำหรับกรณีฉีดเพื่อป้องกันล่วงหน้าเท่านั้น)
  • หากท่านมีไข้หรือป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนแบบป้องกันล่วงหน้าออกไป
  • ไม่มีข้อห้ามใช้ สำหรับการฉีดหลังสัมผัสเชื้อ

ข้อควรระวังเมื่อใช้วัคชีนนี้

ให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ในกรณีต่อไปนี้

  • หากท่านมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • หากท่านมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำหรือมีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
  • หากท่านมีประวัติแพ้น้ำยาง latex

“สอบถามแพทย์หรือเภสัชกรหากท่านไม่แน่ใจว่ามีภาวะดังกล่าวหรือไม่”

วิธีใช้วัคซีน

วิธีใช้วัคซีนวัคซีนVeroRab

ขนาดและวิธีใช้

  • วัคซีน 1 โดส มีขนาด 0.5 มิลลิลิตร ชนิดผงแห้งแข็งพร้อมนํ้ายาทําละลายสําหรับฉีด
  • ฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อหรือฉีดวัดซีนเข้าในผิวหนัง ถ้าใช้ในการฉีดเข้าชั้นกล้ามเนื้อ เมื่อผสมวัคซีนแล้วควรฉีดทันที
  • ถ้าใช้ในการฉีดเข้าในผิวหนัง เมื่อผสมวัคซีนแล้วสามารถอยู่ได้ถึง 6 ชั่วโมง โดยเก็บที่อุณหภูมิไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส และป้องกันจากแสง
  • ควรฉีดวัคซีนตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

หากลืมมาฉีดวัคชีนควรทำอย่างไร

  • หากสงสัยหรือนึกขึ้นได้ว่าลืมฉีดยา ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที

หากสงสัยว่าได้รับยาเกินขนาดควรทำอย่างไร

  • ให้สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการผิดปกติที่รุนแรง ให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที

ข้อควรปฏิบัติระหว่างใช้วัคซีน

ควรอยู่สังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้นหลังการได้รับวัคซีนอย่างน้อย 30 นาที หากมีอาการผิดปกติ ควรรีบแจ้งแพทย์หรือพยาบาลทันที

อันตรายที่อาจเกิดจากวัคซีน

อาการที่ต้องแจ้งแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร ทันที

  • ลมพิษ บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก
  • หน้ามืด เป็นลม แน่นหน้าอก หายใจลําบาก
  • ผื่นแดง ตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก มีจํ้าตามผิวหนัง

 “หากมีอาการเหล่านี้ให้แจ้งแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกรทันที”

อาการที่อาจเกิดได้และให้รอดูอาการ แต่ถ้ามี อาการรุนแรงให้แจ้งแพทย์หรือพยาบาล

  • ปวดศีรษะ
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • มีอาการแดง บวม เจ็บ บริเวณที่ฉีดยา

“ให้รอดูอาการ แต่ถ้ามีอาการรุนแรง ให้แจ้งแพทย์ พยาบาล หรือเภสัชกร”

สรุปแนวทางการฉีดวัคซีน VeroRab

ฉีดแบบป้องกันล่วงหน้า (Pre-exposure: PrEP)

  • วิธีฉีด: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือเข้าในผิวหนัง (ID) เพียง 2 เข็ม ในวันที่ 0 และ 7

ฉีดหลังสัมผัสโรคหรือถูกกัด (Post-exposure: PEP) สำหรับผู้ที่ไม่เคยฉีดมาก่อน

  • ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM): ฉีด 1 เข็มที่ต้นแขน (รวม 5 ครั้ง) ในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ 28

    (สูตร 1-1-1-1-1)

  • ฉีดเข้าในผิวหนัง (ID): ฉีดจุดละ 0.1 มล. จำนวน 2 จุด ที่ต้นแขน ในวันที่ 0, 3, 7 และ 28 (สูตร 2-2-2-0-2)
สนใจฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าที่อินทัชเมดิแคร์ คลิกที่นี่เลยค่ะ สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

เอกสารอ้างอิง

  • เอกสารกำกับยา VERORAB ข้อมูลโดยย่อ เอกสารนี้ปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อ 16 กรกฎาคม 2568
  • แนวทางการดูแลรักษาผู้สัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า สถานเสาวภา สภากาชาดไทย พ.ศ. 2561
  • WHO Rabies vaccines: WHO position paper (2018)
  • CDC/ACIP Rabies PEP Guidance

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 06/08/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com