Boostagen (บูสตาเจน) เป็นวัคซีนรวม 3 ชนิด คือ วัคชีนบาดทะยัก (tetanus toxoid) วัคซีนคอตีบ (diphtheria toxoid) และวัคขืนไอกรนชนิดไร้เซลล์แบบรีคอมบิแนนท์ (Recombinant acellular pertussis vaccine) ซึ่งทางการแพทย์จะจัดวัคซีนตัวนี้ให้อยู่ในกลุ่ม Tdap
โดยมีข้อบ่งใช้สำหรับฉีดกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัมกัน (active booster) ต่อโรคบาดทะยัก คอตีบและไอกรน ในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 11 ปี ขึ้นไป ขนาด 0.5 มิลลิตร แบบใช้ครั้งเดียว (single-dose) ควรฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นทุก 10 ปี
ส่วนประกอบ
วัดซีน 1 โด๊ส (0.5 มิลลิลิตร) ประกอบด้วย
- ทอกซอยด์จากเชื้อบาดทะยัก (Telanus Toxoid) 7.5 Lf
- ทอกซอยด์จากเชื้อคอตีบ (Diphtheria Toxoid) 2.0 Lf
- โปรตีนแอนติเจนบริสุทธิ์จากเชื้อ Bordella pertussis
- Recombinant Pertussis Toxin (PTgen) 5 ไมโครกรัม
- Filamentous Hacmagglutinin (FHA) 5 ไมโครกรัม
ส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่ alumimum hydroxide, sodium chloride, water for injection อาจมี Formaldehyde เเละ thiomersal ในปริมาณน้อยซึ่งหลงเหลือจากกระบวนการผลิต
วัคซีน Boostagen เหมาะกับใครบ้าง?
วัคซีนชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เป็น “เข็มกระตุ้น” (Booster) สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป (ไม่ได้ใช้เป็นวัคซีนเข็มพื้นฐานสำหรับเด็กทารก) โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญ ได้แก่:
-
หญิงตั้งครรภ์ (สำคัญมาก): สูติแพทย์แนะนำให้ฉีด 1 เข็ม ใน “ทุกการตั้งครรภ์” (ช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่ 2-3 หรือ 15 วันก่อนคลอด) เพื่อให้คุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันแล้วส่งผ่านทางสายสะดือไปปกป้องทารกแรกเกิดจากโรคไอกรน ในช่วงที่เด็กยังอายุน้อยเกินกว่าจะฉีดวัคซีนได้เอง (ทารกจะเริ่มฉีดวัคซีนเข็มแรกตอนอายุ 2 เดือน)
-
ผู้ที่ใกล้ชิดเด็กทารก (Cocooning Strategy): เช่น พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย หรือพี่เลี้ยงเด็ก ควรฉีดกระตุ้นเพื่อสร้างเกราะป้องกัน ไม่ให้ผู้ใหญ่รับเชื้อแล้วนำไปแพร่สู่เด็กทารก ซึ่งโรคไอกรนเป็นอันตรายและมีอัตราการเสียชีวิตสูงมากในเด็กเล็ก
-
วัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั่วไป: แนะนำให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม (โดยเฉพาะช่วงอายุ 11-12 ปี) จากนั้นแนะนำให้ฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ (Td) ซ้ำทุกๆ 10 ปี
-
ผู้ที่มีบาดแผลสกปรก: ที่มีความเสี่ยงต่อโรคบาดทะยัก หากถึงกำหนดต้องฉีดกระตุ้น แพทย์อาจพิจารณาฉีดวัคซีนรวมตัวนี้เพื่อให้ได้ภูมิคุ้มกันคอตีบและไอกรนควบคู่ไปด้วยเลย
ข้อห้ามใช้
- แพ้ส่วนประกอบของวัคซีนหรือเคยแพ้วัคซีนคอตีบ/บาดทะยัก/ไอกรนอย่างรุนแรง
- ผู้ที่เคยมีอาการเจ็บป่วยทางสมองแบบไม่ทราบสาเหตุ ภายใน 7 วัน หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอกรนชนิดอื่นๆ
- เคยมีภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหลังวัคซีนคอตีบหรือบาดทะยัก
ข้อควรระวัง
- หากมีไข้สูงหรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีด
- ผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทที่ยังไม่คงที่ควรเลื่อนการฉีด
- โรคลมชักที่ควบคุมไม่ได้
- ผู้มีเกล็ดเลือดต่ำหรือเลือดออกง่าย
- ผู้ได้รับยากดภูมิ หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
อาการข้างเคียงหลังรับวัคซีน
- อาจมีอาการปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน
- ปวดศรีษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ เมื่อยล้า หรือปวดข้อ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม
คลินิกเวชกรรม
แก้ไขล่าสุด : 28/08/2026
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

