ยา TAF-EM ยา PrEP กินก่อนเสี่ยงเอชไอวี

ยา เพร็พ ยี่ห้อ taf-em

ทาฟ-เอ็ม (TAF-EM) เป็นยาต้านไวรัสเอชไอวี หรือยาต้านเอดส์ สูตรผสม ที่ผลิตและวิจัยพัฒนาโดยองค์การเภสัชกรรม (GPO) ของไทย เราได้รวบรวมข้อมูลของยาไว้ในบทความนี้แล้ว

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี ผู้ที่ต้องการป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ รวมถึงผู้ที่กำลังรับการรักษา สามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจและปรึกษาแพทย์ได้อย่างเหมาะสม

ทาฟ เอ็ม คืออะไร

TAF-EM เป็นยาสูตรผสมที่ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ 2 ชนิด ได้แก่ ยาเอ็มไตรไซทาบีน(Emtricitabine) และทีโนโฟเวียร์ อะลาฟีนาไมด์ (Tenofovir alafenamide) ซึ่งช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อ HIV ในร่างกาย

โดยมีข้อดีคือใช้ในขนาดยาที่น้อยลงและมีขนาดเม็ดยาที่เล็กลง แต่ยังคงประสิทธิภาพสูง และมีผลข้างเคียงต่อไตและกระดูกน้อยลงเมื่อเทียบกับยารุ่นก่อน

ส่วนประกอบของยา

ส่วนประกอบของยา TAF-EM
  • ยา TAF-EM ในยาเม็ดเคลือบฟิล์ม 1 เม็ด ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ Emtricitabine 200 มิลลิกรัม และ Tenofovir alafenamide fumarate สมมูลกับ Tenofovir alafenamide 25 มิลลิกรัม
  • มีลักษณะเป็นเม็ดรูปยาว นูน ปลายมน เคลือบฟิล์มสีฟ้า ด้านหนึ่งมีอักษร “TM” อีกด้านหนึ่งเรียบ บรรจุขวด HDPE ขวดละ 30 เม็ด บรรจุกล่องกระดาษ กล่องละ 1 ขวด
ดูราคา PrEP คลิกที่นี่ได้เลยค่ะ

ข้อบ่งใช้ของยา

  1. ทาฟ-เอ็ม มีข้อบ่งใช้สำหรับใช้ร่วมกับยาต้านรีโทรไวรัสตัวอื่นสำหรับรักษาโรคติดเชื้อ HIV-1 ในผู้ป่วย ผู้ใหญ่และวัยรุ่น (อายุ 12 ปีขึ้นไปและมีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 35 กิโลกรัมขึ้นไป)
  2. ทาฟ-เอ็ม มีข้อบ่งใช้สำหรับการป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อ HIV-1 (PrEP) เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV-1 ในผู้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงและวัยรุ่นที่มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 35 กิโลกรัมขึ้นไป ยกเว้นในผู้ที่มีความเสี่ยงจากการที่มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดฝ่ายรับ (receptive vaginal sex)

วิธีการใช้ยา

รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง โดยจะรับประทานพร้อมอาหารหรือขณะท้องว่างก็ได้ ไม่แนะนำให้เคี้ยวหรือบดยาเม็ดเคลือบฟิล์มนี้

อย่างไรก็ตาม การใช้ยา TAF-EM ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยต้องมีการตรวจเลือดก่อนเริ่มยา และติดตามผลเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา

สนใจรับยา สอบถามก่อนได้เลยค่ะ

ข้อห้ามใช้

  1. ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่มีประวัติแพ้ยาเอ็มไตรไซทาบีน ทีโนโฟเวียร์ อะลาฟีนาไมด์ หรือส่วนประกอบใดในตำรับ
  2. ห้ามใช้ในการป้องกันการติดเชื้อก่อนสัมผัสในผู้ป่วยที่ไม่ทราบว่ามีการติดเชื้อ HIV-1 หรือผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV-1

คำเตือนและข้อควรระวัง

แม้ว่าประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัสด้วยการรักษาด้วยยาต้านไวรัสจะได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้อย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยติดเชื้อ HIV ยังควรป้องกันการแพร่เชื้อโดยการปฏิบัติตามแนวทางเวชปฏิบัติ HIV ของแต่ละประเทศ

สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

หากคุณกำลังมองหายา prep สำหรับป้องกันก่อนเสี่ยง HIV ที่มีประสิทธิภาพ หรือไม่แน่ใจว่าควรเริ่มใช้ยาหรือไม่ การเข้ารับคำปรึกษาและตรวจประเมินความเสี่ยงกับแพทย์จะช่วยให้คุณเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุดค่ะ

เอกสารอ้างอิง

  • เอกสารกำกับยา ทาฟ-เอ็ม, องค์การเภสัชกรรม (วันที่ปรับปรุงแก้ไขเอกสาร 2567)

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 31/03/2026
 อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com