ฉีดยาคุมกำเนิดต่างกับกินยาคุมกำเนิดอย่างไร

 

ฉีดยาคุมกำเนิดกับกินยาคุมกำเนิด

 

     การป้องกันการตั้งครรภ์สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการทำหมัน การใส่ถุงยางอนามัย การใส่ห่วง การใช้ยาคุมชนิดแผ่นแปะ แต่วิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันก็คือ การฉีดยาคุมกำเนิด และการกินยาคุมกำเนิด เพราะเป็นวิธีที่สามารถทำได้ง่าย และยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง วันนี้เราจึงนำข้อแตกต่างของทั้งสองวิธี มาให้คุณได้พิจารณาว่าตนเองเหมาะสมกับการคุมกำเนิดแบบใด

 

1. ยาคุมกำเนิดแบบฉีด (Injection Contraceptives)

     การฉีดยาคุมกำเนิดเป็นการคุมกำเนิดชั่วคราว สามารถเลือกฉีดได้ทั้งแบบ 1 และ 3 เดือน โดยจะฉีดเข้าที่บริเวณกล้ามเนื้อสะโพก หรือ ต้นขา ภายใน 5 วันแรกของการมีประจำเดือน แต่หากมีความจำเป็นต้องฉีดยาคุมในช่วงเวลาอื่น หลังการฉีดยาคุม ควรป้องกันการตั้งครรภ์ด้วยวิธีการอื่นร่วมด้วย เพราะกว่ายาคุมจะออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน

     ยาคุมแบบฉีดนิยมใช้อยู่ 2 ประเภท คือ

  1. ยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว มีฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน เข้าไปช่วยป้องกันการตกไข่ สามารถคุมกำเนิดได้ครั้งละ 3 เดือน

  2. ยาคุมแบบฮอร์โมนรวม ซึ่งก็คือ ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนรวมกับฮอร์โมนเอสโตรเจน โดยจะทำให้ไข่ที่ผลิตออกมาไม่เติบโต อสุจิจึงไม่สามารถปฏิสนธิได้ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น การฉีด 1 ครั้งจะคุมกำเนิดได้ 1 รอบเดือน


ข้อดีของการฉีดยาคุมกำเนิด

     การฉีดยาคุมกำเนิด เป็นการคุมกำเนิด ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงถึง 99 % สูงกว่าการใช้ถุงยางอนามัย ที่มีโอกาสแตกขณะมีเพศสัมพันธ์ สามารถเลือกฉีดได้ตามคลินิกทั่วไป ไม่จำเป็นต้องไปฉีดที่โรงพยาบาล และยังมีราคาถูก ใครที่ชอบลืมกินยา การฉีดยาคุมกำเนิดจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

 

ข้อเสียของการฉีดยาคุมกำเนิด

     การฉีดยาคุมกำเนิดสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ได้ และอาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาคุมแบบฉีด เช่น ประจำเดือนมาไม่ปกติ เลือดออกกะปริดกะปรอย บางรายอาจคัดตึงเต้านม มีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย

 

2. ยาเม็ดคุมกำเนิด (Birth Control Pills)

     ยาเม็ดคุมกำเนิด คือ การกินตัวยาเข้าไปป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบธรรมดา มีทั้งแบบ 21 วัน และ 28 วัน โดย 1 แผงจะสามารถคุมกำเนิดได้ 1 เดือน และ ชนิดที่ 2 คือยาคุมแบบฉุกเฉิน ใน 1 แผงจะมียา 2 เม็ด ใช้ในกรณีมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือเกิดความผิดพลาดจากการคุมกำเนิดแบบอื่น          

 

ข้อดีของยาเม็ดคุมกำเนิด

     การใช้ยาคุมแบบกินมีข้อดี คือ หาซื้อง่าย ราคาถูก มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ลดอาการปวดประจำเดือน ยาคุมแบบกินบางชนิดยังช่วยรักษาอาการสิวให้ดีขึ้นด้วย

 

ข้อเสียของยาเม็ดคุมกำเนิด

     เนื่องจากยาเม็ดคุมกำเนิด เป็นยาที่ต้องกินเป็นประจำทุกวัน การลืมกินยาคุม จะทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ลดลงอย่างมาก จนอาจเกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ขึ้นได้ และอาจมีผลข้างเคียงจากการกินยา เช่น ทำให้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย ปวดศีรษะ

 

      แม้ว่ายาคุมแบบฉีดและยาคุมแบบกิน จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูง มีราคาถูกเช่นเดียวกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกันอย่างชัดเจน  คือ การฉีดยาคุมกำเนิด ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการลืมกินยาคุม ที่เป็นสาเหตุของการท้องไม่พร้อม และอาจสร้างปัญหาใหญ่ตามมา การเลือกใช้ยาคุมจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม และควรให้ความสำคัญในการเลือกใช้ ให้มีความเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก

ติอต่อ สอบถาม
  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม