ฉีดยาคุมกำเนิดต่างกับฝังยาคุมกำเนิดอย่างไร

 

ฉีดยาคุมกำเนิดกับยาฝังคุมกำเนิด

 

     สำหรับคนที่ไม่ชอบกินยา หรือมีนิสัยลืมกินยาอยู่เป็นประจำ การ ฉีดยาคุมกำเนิดเป็นการป้องกันการตั้งครรภ์ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาและลดความเสี่ยงที่จะเกิดการตั้งครรภ์ขึ้นได้ แต่ในปัจจุบันนอกจากการฉีดยาคุมกำเนิดแล้ว การฝังยาคุมกำเนิดก็เป็นอีกวิธีที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เพราะมีข้อดีคือสามารถคุมกำเนิดได้ยาวนานมากกว่า หากคุณกำลังลังเลว่าจะเลือกใช้วิธีการใด จึงจะเหมาะกับตนเอง เรามีรายละเอียด และข้อแตกต่างของทั้งสองแบบ มาให้ได้ใช้เป็นข้อมูลเพื่อตัดสินใจว่าแบบไหนจะเหมาะกับตนเองมากที่สุด

 

ยาคุมกำเนิดแบบฉีด (Injection Contraceptives)

      การฉีดยาคุมกำเนิด สามารถทำได้โดยการฉีดฮอร์โมนเข้าไปเพื่อป้องกันการตกของไข่ ทำให้เยื่อบุมดลูกไม่เหมาะกับการฝังตัว มูกบริเวณปากมดลูกเหนียวข้นจนอสุจิไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิได้ตามปกติ จึงไม่เกิดการตั้งครรภ์ขึ้น โดยนิยมใช้อยู่ 2 แบบ คือ

     1. ฉีดยาคุมแบบ 1 เดือน คือ การคุมกำเนิดโดยการใช้ฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนร่วมกับฮอร์โมนเอสโตรเจน ในการฉีด 1 เข็ม จะสามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ 1 เดือน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการให้ประจำเดือนมาตามปกติ แต่ไม่เหมาะกับผู้ที่กำลังให้นมบุตร เพราะยาคุมชนิดนี้จะทำให้น้ำนมแห้ง

     2. ฉีดยาคุมแบบ 3 เดือน คือ การคุมกำเนิดโดยการใช้ฮอร์โมนโปรเจสตินฉีดเข้าไปเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ ในการฉีด 1 ครั้ง สามารถคุมกำเนิดได้นาน 3 เดือน ระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการนี้ จะทำให้ประจำเดือนไม่มา เหมาะสำหรับคนที่กำลังให้นมบุตรเพราะไม่มีผลกระทบต่อการผลิตน้ำนม

 

ข้อดีของการฉีดยาคุมกำเนิด

  1. มีราคาถูก สามารถรับบริการได้ง่าย

  2. มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดสูงมาก

  3. ช่วยลดความเครียดช่วงก่อนการมีประจำเดือน

  4. ไม่ขัดขวางขั้นตอนต่าง ๆ ของการร่วมเพศ

  5. ลดภาวะโลหิตจาง ภาวะซีดและลดอาการปวดประจำเดือน

 

การฝังยาคุมกำเนิด (Contraceptive implant หรือ Implantable contraception)

     การฝังยาคุมกำเนิด คือ การคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ที่สามารถป้องกันได้นาน 3-5 ปี ทำโดยการฝังแท่งยาคุมขนาดเท่าก้านไม้ขีด ภายในบรรจุฮอร์โมนโปรเจสติน สำหรับป้องกันการตั้งครรภ์ โดยจะฝังเข้าที่บริเวณผิวหนังใต้ท้องแขน ตัวยาจะค่อยๆ ซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของไข่ ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกข้นหนืด มีสภาพที่ตัวอสุจิไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิ และทำให้เยื่อบุมดลูกบางจนตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ แต่ขั้นตอนการฝังยาคุมจะต้องทำโดยแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น 

 

ข้อดีของการฝังยาคุมกำเนิด

  1. มีประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์สูงกว่าการคุมกำเนิดแบบชั่วคราวชนิดอื่น

  2. สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ในระยะยาว ช่วยประหยัดเวลา

  3. กลับเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์เพื่อมีบุตร ได้เร็วกว่าการป้องกันด้วยการฉีดยาคุมถึง 90 %

  4. สามารถถอดยาคุมกำเนิดได้ง่าย ด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่เท่านั้น

  5. สตรีที่ให้นมบุตร สามารถฝังยาคุมได้ โดยไม่มีผลต่อคุณภาพและปริมาณน้ำนม

  6. เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาคุมแบบเม็ดซึ่งมีเอสโทรเจนเป็นส่วนประกอบได้

 

     หากถามว่า การคุมกำเนิดแบบไหนจะดีกว่ากัน  คงไม่สามารถตอบได้อย่างชัดเจน เพราะทั้งสองวิธี มีข้อดีที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดและความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น หากคุณไม่อยากเสียเวลาไปรับบริการด้านการคุมกำเนิดบ่อยๆ  การฝังยาคุมกำเนิด ย่อมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า หากต้องการมีบุตรก็สามารถถอดยาคุมกำเนิดได้ทันที แต่ถ้าคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย การฉีดยาคุมกำเนิด ก็มีราคาในการฉีดต่อครั้งที่ถูกและประหยัดมากกว่า หรือถ้ายังไม่มั่นใจว่าตนเองควรเลือกวิธีการคุมกำเนิดแบบไหน อินทัชเมดิแคร์ มีแพทย์เฉพาะทางที่จะให้คำแนะนำ ช่วยวางแผนครอบครัวให้มีความเหมาะสมกับคุณมากที่สุด


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก

ติดต่อ สอบถาม

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม

ฉีดยาคุมกำเนิด

ฝังยาคุมและถอดยาคุมกำเนิด