ข้อแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับฝังยาคุม

 

การคุมกำเนิดคือตัวช่วยในการวางแผนครอบครัวที่ช่วยลดปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม ทั้งในระดับครอบครัวและระดับสังคม ซึ่งในปัจจุบันมีวิธีการคุมกำเนิดหลากหลายแบบด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการกินยาคุมกำเนิด การใช้ยาคุมแบบฉีดชนิด 1 เดือน, ยาคุมแบบฉีดชนิด 3 เดือน

 

ข้อแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับฝังยาคุม

 

หรือการฝังยาคุม สำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินยาหรือลืมบ่อยๆ การฉีดหรือการฝังยาคุมกำเนิดถือว่าเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและมีผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ซึ่งในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจข้อแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับการฝังยาคุมกัน


เปอร์เซ็นต์การตั้งครรภ์หลังฝังยาคุมและฉีดยาคุม

1. ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด

เรื่องแรกเลยที่ถือว่าเป็นข้อแตกต่างระหว่างการคุมกำเนิดทั้ง 2 วิธีนี้ ก็คือประสิทธิภาพในการคุมกำเนิด

 

ซึ่งการฝังยาคุมกำเนิดนั้นถือว่าให้ผลในการป้องกันได้ดีกว่าการฉีดยาคุม ไม่ว่าจะเป็นยาคุมแบบฉีดชนิด 1 เดือน หรือ ยาคุมแบบฉีดชนิด 3 เดือน

 

โดยการฝังยาคุมมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์เพียง 0.05% ส่วนยาฉีดคุมกำเนิดจะมีโอกาสตั้งครรภ์ประมาณ 6%


2. ราคาฉีดยาคุมกำเนิดและฝังยาคุมกำเนิด

ในส่วนของราคานั้นยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 1 เดือน ที่อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 499 บาท ส่วนยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 3 เดือน ราคาเริ่มต้นที่ 399 บาท 

   ดูโปรแกรมการฉีดยาคุมกำเนิด

ในขณะที่การฝังยาคุมแบบ 3 ปี ราคา 5,490 บาท และการฝังยาคุมแบบ 5 ปี ราคาอยู่ที่ 5,990 บาท ทั้งนี้ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามคำวินิจฉัยของแพทย์

   ดูโปรแกรมฝังยาคุมกำเนิด


ความกังวลเกี่ยวกับการคุมกำเนิด

3. ระยะเวลาในการคุมกำเนิด และความกังวลของผู้รับบริการ

สำหรับการฝังยาคุมนั้นเป็นการคุมกำเนิดในระยะยาวที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ตามประเภทของยาคุมที่ฝังโดยมีระยะเวลา 3 ปี และ 5 ปี

 

ส่วนการฉีดยาคุมกำเนิด (Injection Contraceptives) สามารถคุมกำเนิดได้ในระยะสั้นเพียง 1 - 3 เดือนเท่านั้น เมื่อครบกำหนดก็ต้องทำการฉีดซ้ำ

 

ซึ่งจะเห็นได้ว่าการฝังยาคุมนั้นป้องกันได้ยาวนานกว่าจึงสบายใจได้ว่าจะลดโอกาสการตั้งครรภ์ และไม่ต้องกังวลเรื่องกินยาหรือฉีดยาคุมบ่อยๆ ด้วย


 

4. การกลับเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์

แน่นอนการคุมกำเนิดนั้นเป็นการป้องกันในช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งคุณพ่อคุณแม่มีความพร้อมก็อาจต้องการที่จะมีบุตร และยกเลิกการคุมกำเนิด

 

ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบยาคุมแบบฉีด กับการฝังยาคุมแบบ 3 ปี และ 5 ปี การคุมกำเนิดด้วยวิธีฝังยาคุมจะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะเจริญพันธุ์เพื่อมีบุตร ได้เร็วกว่าการป้องกันด้วยการฉีดยาคุมถึง 90 % เลยทีเดียว


ฮอร์โมนของยาคุมกำเนิด

5. ประเภทของฮอร์โมน

สำหรับยาคุมแบบฉีดนั้นมีทั้งแบบฮอร์โมนรวมที่ประกอบด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสโตเจน ใช้คุมกำเนิดได้นาน 1 เดือน กับยาฉีดคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมนโปรเจสโตเจนอย่างเดียวใช้คุมกำเนิดได้นาน 3 เดือน  

  ยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 1 เดือน กับ ยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 3 เดือน ควรเลือกแบบไหนถึงเหมาะกับคุณ

 

ในขณะที่ยาคุมกำเนิดแบบฝังจะเป็นแบบฮอร์โมนชนิดเดียวอย่างเดียวไม่มีแบบฮอร์โมนรวม


การคุมกำเนิดหลังคลอด

6. การคุมกำเนิดหลังคลอด

ความแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับฝังยาคุมในกรณีของคุณแม่หลังคลอด

 

หากเป็นยาคุมกำเนิดแบบฝังสามารถทำได้หลังคลอด โดยไม่มีผลกับน้ำนม เหมือนยาคุมชนิดฉีดแบบรายเดือน ทั้งนี้ควรอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ที่จะประเมินก่อนการคุมกำเนิดด้วย


7. ความเจ็บจากการฝังยาคุมและฉีดยาคุม

การฝังยาคุมกำเนิดจะมีการผ่าตัดที่ท้องแขนเป็นแผลเล็กๆ มากๆ ซึ่งผู้ที่มารับบริการก็จะเจ็บตัวครั้งเดียวในระยะเวลา 3 หรือ 5 ปี ตามยาคุมที่เลือกฝัง ซึ่งถือว่าฝังแท่งยาครั้งเดียวแล้วออกฤิทธิ์ยาวๆ

 

ส่วนการฉีดยาคุม จะคุมกำเนิดชั่วคราวในระยะเวลาที่สั้นกว่ามาก คือ 1 เดือน หรือ 3 เดือน ก็ต้องมาพบแพทย์เพื่อฉีดยาคุมกำเนิดตามนัด เป็นข้อแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับฝังยาคุมที่คุณสามารถเลือกได้


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก

line ติดต่อ สอบถาม

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม

ฉีดยาคุมกำเนิด

ฝังยาคุมและถอดยาคุมกำเนิด

และนี้ก็คือข้อแตกต่างระหว่างยาคุมแบบฉีดกับฝังยาคุม รวมถึงยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 1 เดือน, ยาฉีดคุมกำเนิดแบบ 3 เดือน หวังว่าจะช่วยให้คุณมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับท่านที่ต้องการคุมกำเนิดด้วยการฉีดยาคุมหรือฝังยาคุม

 

สามารถใช้บริการได้จากอินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรมทุกสาขาใกล้บ้านด้วยการค้นหาจากคลินิกใกล้ฉันใน Google หรือสอบถามได้จากช่องทางการติดต่อบนหน้าเว็บไซต์ เรามีแพทย์เฉพาะทางและพยาบาลวิชาชีพตลอดจนเครื่องมือที่ทันสมัยเอาไว้คอยบริการ ในราคาที่สบายกระเป๋า