5 ระยะของไตเสื่อมเรื้อรัง และแนวทางการดูแลฟื้นฟูไตในแต่ละระยะ

โรคไตเสื่อมเรื้อรัง 5 ระยะ

โรคไตเสื่อมเรื้อรังเป็นภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายการทำงานของไตโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว ในระยะแรกอาจแทบไม่มีอาการ แต่เมื่อไตเสื่อมมากขึ้น อาจเริ่มมีอาการบวม อ่อนเพลีย ความดันสูง หรือปัสสาวะผิดปกติ โรคนี้แบ่งออกเป็น 5 ระยะ ตามระดับการทำงานของไต ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ยังชะลอได้ ไปจนถึงระยะไตวายที่ต้องได้รับการรักษาทดแทนไต

การรู้เท่าทันอาการ เข้าใจแนวทางดูแล และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสมในแต่ละระยะ คือกุญแจสำคัญในการชะลอโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน บทความนี้จะสรุปครบทั้ง 5 ระยะ พร้อมวิธีดูแลและแนวทางฟื้นฟูที่ทำได้จริง เพื่อให้คุณดูแลไตได้อย่างถูกต้องก่อนสายเกินไป

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับโรคไตเสื่อมเรื้อรัง

5 ระยะโรคไตเสื่อมเรื้อรัง

ระยะของโรคไตเสื่อมเรื้อรัง

โรคไตเสื่อมเรื้อรังมีทั้งหมด 5 ระยะ โดยแบ่งตามค่า eGFR

โดยค่า eGFR (Estimated Glomerular Filtration Rate) คือค่าประมาณความสามารถของไตในการกรองของเสียออกจากเลือดใน 1 นาที ใช้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการประเมินการทำงานของไต และใช้แบ่งระยะของโรคไตเรื้อรัง

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าโรคไตเสื่อมเรื้อรังต่างกับโรคไตเสื่อมเฉียบพลันอย่างไร
สามารถอ่านได้ที่นี่ค่ะ

ระยะที่ 1 ไตเสื่อมเล็กน้อย (eGFR ≥ 90)

ค่า eGFR จะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ มีความผิดปกติของไต แต่ค่าอัตราการกรองของไตยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรืออาจต่ำลงเล็กน้อย ในระยะนี้ยังไม่พบอาการแสดงที่ผิดปกติ แต่บางรายอาจตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะได้

ระยะที่ 2 ไตเสื่อมเล็กน้อยถึงปานกลาง (eGFR 60–89)

การทำงานของไตเริ่มลดลงเล็กน้อย แต่ยังสามารถกรองของเสียได้ใกล้เคียงปกติ โดยทั่วไปจะยังคงมีอาการปกติ ความดันโลหิตอาจเริ่มสูงขึ้นในระยะนี้ จะเริ่มพบความผิดปกติ ในผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ

ระยะที่ 3 ไตเสื่อมปานกลาง (eGFR 30–59)

ไตกรองของเสียได้ลดลงชัดเจน มักยังไม่แสดงอาการผิดปกติ โดยส่วนใหญ่พบภาวะความดันโลหิดสูง และอาจพบความผิดปกติในเลือด เช่น ภาวะซีด แคลเซียมในเลือดต่ำ และฟอสเฟตในเลือดสูงได้ในระยะนี้

ถ้าอยากรู้สุขภาพไตของตัวเอง สามารถตรวจค่าไตกับอินทัชเมดิแคร์ได้เลย

ระยะที่ 4 ไตเสื่อมรุนแรง (eGFR 15–29)

การทำงานของไตลดลงมาก ของเสียและเกลือแร่ในเลือดเสียสมดุลชัดเจน ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่างๆ ผิดปกติ พบภาวะกรดการเผาพลาญและไขมันในเลือดผิดปกติ ควรมีการเตรียมเพื่อให้การบำบัดรักษาทดแทนไตต่อไป มักมีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เบื่ออาหาร รับประทานอาหารได้น้อยลง หน้าบวม ขาบวม อาจมีอาการทางประสาท เช่น สมาธิสั้น หรือความจำลดลง ผิวแห้ง คันตามร่างกาย นอนหลับไม่สนิท หรือตื่นบ่อยกลางดึก

💡ระยะที่ 4 สำคัญคือการชะลอการเข้าสู่ระยะไตวาย💡

ระยะที่ 5 ไตเสื่อมระยะสุดท้าย (eGFR < 15)

โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย มีการทำงานของไตลดลงมาก ทำให้เกิดภาวะของเสียคลั่ง ไตไม่สามารถทำหน้าที่กรองของเสียหรือควมคุมสมดุลของเหลวในร่างกายได้อีกต่อไป จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทดแทนไตอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อคงชีวิตไว้ อาการอ่อนเพลียมาก แม้ไม่ได้ออกแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง ภาวะตัวบวมทั้งตัวจากภาวะคั่งน้ำ ไตไม่สามารถกรองหรือขับออกได้ หายใจหอบเหนื่อย หายใจไม่สะดวก นอนราบได้ลำบากมากขึ้น ภาวะโพแทสเซียมสูง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

สนใจตรวจและรักษาฟื้นฟูสุขภาพไต

แนวทางการดูแลและฟื้นฟูในแต่ละระยะ

ระยะเริ่มต้น

เป็นระยะที่เริ่มมีสัญญาณ เช่น โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ดังนั้นแนวทางสำคัญที่สุดคือการควบคุมปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ควรรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเป้าหมาย ควบคุมความดันไม่ให้สูงเกินเกณฑ์ และติดตามค่าไตอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ควรลดการบริโภคอาหารเค็ม หลีกเลี่ยงยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ที่ทำร้ายไต ดื่มน้ำให้เพียงพอ และควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ระยะนี้หากดูแลดีสามารถชะลอการเสื่อมของไตได้หลายปี

ระยะปานกลาง

เมื่อการทำงานของไตลดลงชัดเจนมากขึ้น ร่างกายเริ่มมีของเสียคั่ง การดูแลจะเข้มงวดขึ้น ผู้ป่วยควรพบแพทย์เพื่อติดตามค่าไตอย่างสม่ำเสมอ และอาจต้องปรับอาหารโดยลดโซเดียม ลดโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม และควบคุมระดับโพแทสเซียมตามคำแนะนำแพทย์ ควรควบคุมความดันและน้ำตาลอย่างใกล้ชิด ตรวจภาวะโลหิตจาง และติดตามระดับแร่ธาตุในเลือด เช่น ฟอสเฟตและแคลเซียม การออกกำลังกายเบา ๆ สม่ำเสมอและการพักผ่อนให้เพียงพอช่วยลดภาระต่อร่างกายได้ ระยะนี้ยังสามารถชะลอการลุกลามได้ หากควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจัง

สามารถ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เริ่มจากการคุมอาหารค่ะ เพื่อชะลอการเสื่อมของไตค่ะ

ระยะรุนแรง

เมื่อไตทำงานลดลงมาก ของเสียและเกลือแร่ในเลือดเริ่มเสียสมดุล ผู้ป่วยมักมีอาการเหนื่อย เบื่ออาหาร บวม หรือคลื่นไส้ แนวทางการดูแลจะเน้นควบคุมอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ควบคุมความดันอย่างเข้มงวด จำกัดปริมาณน้ำและเกลือแร่ตามคำแนะนำ ลดอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง และติดตามอาการใกล้ชิด แพทย์จะเริ่มวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการรักษาทดแทนไต เช่น การให้ข้อมูลเรื่องการฟอกไตหรือการปลูกถ่ายไต รวมถึงการเตรียมเส้นฟอกเลือดล่วงหน้าในบางราย

ระยะไตวาย (ระยะสุดท้าย)

ในระยะนี้ไตไม่สามารถกรองของเสียได้เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับการรักษาทดแทนไต ได้แก่ การฟอกเลือด (Hemodialysis) การล้างไตทางช่องท้อง หรือการปลูกถ่ายไต การดูแลจะมุ่งเน้นการควบคุมปริมาณน้ำ อาหาร และเกลือแร่ตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยต้องมาตรวจติดตามตามนัดสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การป้องกันการติดเชื้อ ดูแลเส้นฟอกเลือดให้สะอาด และรับประทานอาหารตามคำแนะนำเฉพาะบุคคล

อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม

ปัสสาวะผิดปกติ

การปัสสาวะผิดปกติ หรือสีปัสสาวะเปลี่ยนไป

ไตมีหน้าที่กรองของเสียและควบคุมปริมาณน้ำในร่างกาย ดังนั้นเมื่อไตเริ่มเสื่อม การปัสสาวะมักเป็นสิ่งแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลง เช่น

  • ปัสสาวะเป็นฟองมากผิดปกติ (อาจบ่งบอกโปรตีนรั่ว)
  • ปัสสาวะมีสีเข้มมาก หรือสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ
  • มีเลือดปนในปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อยขึ้นตอนกลางคืน
  • ปัสสาวะน้อยลงกว่าปกติ

อาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจปัสสาวะและตรวจค่าไตเพิ่มเติม

ผิวหนังเปลี่ยนสี คันไม่ทราบสาเหตุ

ผิวหนังเปลี่ยนสี หรือคันผิดปกติ

เมื่อไตกรองของเสียได้น้อยลง ของเสียจะคั่งในเลือดและสะสมในร่างกาย อาจทำให้เกิดอาการทางผิวหนัง เช่น

  • ผิวคล้ำลง หรือดูหมองผิดปกติ
  • ผิวแห้งมาก แตกง่าย
  • คันตามตัวโดยไม่มีผื่น
  • มีรอยเกาจนเกิดแผล

อาการคันเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือความดัน ควรตรวจคัดกรองโรคไต

ความดันโลหิตสูงมาก หรือควบคุมยาก

ไตมีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลเกลือและน้ำในร่างกาย หากไตทำงานผิดปกติ ความดันโลหิตมักสูงขึ้น หรือควบคุมได้ยากแม้รับประทานยาแล้ว

สัญญาณที่ควรระวัง เช่น

  • ความดันสูงเกิน 140/90 mmHg ต่อเนื่อง
  • ปวดศีรษะบ่อย
  • เวียนศีรษะ
  • ใจสั่น

ในบางราย “ความดันสูง” อาจเป็นทั้งสาเหตุและผลของโรคไตเสื่อม

ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันสูงเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเป็นโรคไตเสื่อมเรื้อรังสูงร่วมด้วย เพราะฉะนั้นหมั่นตรวจสุขภาพ เพื่อป้องกันโรคร่วมแทรกซ้อนแต่เนิ่น ๆ นะคะ

พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์

แหล่งอ้างอิง

  • คู่มือการจัดการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะเริ่มต้น สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ 2555
  • ระบาดวิทยาและการทบทวนมาตรการป้องกัน โรคไตเรื้อรัง, 2565
  • วารสารสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ปีที่ 27 ฉบับที่ 3 เดือน กรกฎาคม-กันยายน 2564
  • Clinical Practice Recommendation for the Evaluation and Management of Chronic Kidney Disease in Adults 2015

บทความที่น่าสนใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 แก้ไขล่าสุด : 16/02/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com