ไซนัสอักเสบ หลายคนอาจแยกไม่ออกว่าเป็นหวัดธรรมดาหรือไซนัสอักเสบ เพราะอาการบางอย่างคล้ายกัน แต่หากอาการเป็นนานขึ้น น้ำมูกเปลี่ยนสี ปวดหน้า หรืออาการแย่ลงหลังจากดีขึ้น ควรสังเกตให้มากขึ้น
การเข้าใจสาเหตุ อาการ ความแตกต่างจากหวัด กลุ่มเสี่ยง วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น รวมถึงแนวทางการรักษาและยาที่ใช้ จะช่วยให้ดูแลอาการได้ถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนค่ะ
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบ
- ไซนัสอักเสบคืออะไร
- สาเหตุของไซนัสอักเสบ
- อาการของไซนัสอักเสบ

- ไซนัสกับหวัดอาการต่างกันอย่างไร

- ใครบ้างมีความเสี่ยงเป็นโรคไซนัส
- ภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบ
- วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเป็นไชนัสอักเสบ
- การรักษาโรคไซนัสอักเสบและยาที่ใช้

- คำถามที่พบบ่อย
ไซนัสอักเสบคืออะไร
ไซนัส (Sinuses) คือ โพรงอากาศในกระดูกใบหน้าและรอบจมูก ซึ่งปกติจะมีอากาศไหลเวียนและมีน้ำมูกใสๆ คอยดักจับสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อใดก็ตามที่โพรงอากาศนี้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ มีการบวมของเยื่อบุจนอุดตันทำให้น้ำมูกคั่งค้างและเกิดการสะสมของเชื้อโรค เราจะเรียกว่า ไซนัสอักเสบ
สาเหตุของไซนัสอักเสบ
โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลักๆ ดังนี้
- การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ: เช่น เชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย
- โรคภูมิแพ้: เยื่อบุจมูกบวมจากภูมิแพ้เรื้อรัง ทำให้ท่อทางเดินไซนัสอุดตัน
- สิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งแวดล้อม: เช่น การเผชิญฝุ่นละออง PM 2.5 ควันบุหรี่ หรือสารเคมี
- โครงสร้างจมูกผิดปกติ: เช่น ผนังกั้นช่องจมูกเบี้ยว หรือมีริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps)
- ปัญหาสุขภาพฟัน: รากฟันบนอักเสบหรือติดเชื้อ ลามเข้าไปในไซนัสบริเวณแก้มได้
อาการของไซนัสอักเสบ
หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 7-10 วัน มีโอกาสสูงที่จะเป็นไซนัสอักเสบ
- คัดจมูกแน่นจมูกตลอดเวลา
- น้ำมูกมีสีเขียวหรือเหลืองเข้ม และมักมีน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip)
- ปวดตื้อๆบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก หัวตา โหนกแก้ม หรือรอบกระบอกตา
- ความสามารถในการรับกลิ่นลดลง หรือได้กลิ่นเหม็นในจมูก
- อาการร่วมอื่นๆ: เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ หรือเพลีย
ไซนัสกับหวัด อาการต่างกันอย่างไร
ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold)
- มักหายได้เองภายใน 5 – 7 วัน
- น้ำมูกมักเป็นน้ำมูกใส หรือขาวขุ่น
- ปวดหัวตื้อๆ ทั่วไป
- การรับกลิ่นปกติหรือลดลงเล็กน้อยตามอาการคัดจมูก
ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)
- อาการลากยาวเกิน 10 วัน หรือแย่ลงเรื่อยๆ
- น้ำมูกข้น เหนียว มีสีเขียวหรือเหลือง
- ปวดเฉพาะจุดบนใบหน้าชัดเจน (เช่น โหนกแก้ม หัวตา)
- ได้กลิ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัดหรือมีกลิ่นเหม็นคาว
ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไซนัส
- ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Allergic Rhinitis)
- ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นประจำ
- ผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างจมูก
- ผู้ที่ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
ภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบ (ถ้าไม่รีบรักษา)
แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างถูกต้องเชื้ออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้
- ภาวะแทรกซ้อนทางตา: ตาบวม เนื้อเยื่อรอบตาอักเสบ หรือส่งผลต่อการมองเห็น
- ภาวะแทรกซ้อนทางสมอง: เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง (พบได้น้อยแต่รุนแรง)
- ระบบทางเดินหายใจ: กระตุ้นให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้น หรือเป็นหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบได้
- ภาวะแทรกซ้อนทางหู : กระตุ้นให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบได้
วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเป็นไซนัสอักเสบ
- ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อล้างน้ำมูกเหนียวข้นและสิ่งสกปรก
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้น้ำมูกใสขึ้นและขับออกง่าย
- ประคบอุ่น นำผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณใบหน้าที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการตึง
- นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หายใจสะดวก
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ควัน ฝุ่น บุหรี่ และอากาศที่เย็นจัด
การรักษาโรคไซนัสอักเสบและยาที่ใช้
แพทย์จะพิจารณาการรักษาตามสาเหตุและความรุนแรงของโรค
การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)
- ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ใช้กรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย(ต้องทานให้ครบตามแพทย์สั่ง)
- ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (Intranasal Steroids): เพื่อลดการบวมของเยื่อบุจมูกและช่วยระบายไซนัส
- ยาแก้แพ้ (Antihistamines): ใช้ในรายที่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้
- ยาลดอาการบวมและคัดจมูก (Decongestants): ช่วยลดอาการบวมคัดแน่นในโพรงจมูก
- ยาแก้ปวดและลดไข้
- ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง
การผ่าตัด (Surgical Treatment)
ในกรณีที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีริดสีดวงจมูก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องไซนัส (Functional Endoscopic Sinus Surgery – FESS) เพื่อเปิดช่องระบายไซนัสให้กลับมาทำงานปกติ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบ
ไซนัสอักเสบส่วนใหญ่สามารถดูแลให้ดีขึ้นได้ หากรู้สาเหตุและเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะแรก เช่น พักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ล้างจมูก หรือใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากมีอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น ปวดหน้า ไข้นาน อาการเกิน 10 วัน หรือเป็นซ้ำบ่อย ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจต้องตรวจเพิ่มเติมและรักษาให้ตรงสาเหตุ
หากไม่แน่ใจว่าเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ เลือกการรักษาที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
พญ.วรางคณา วิวัลย์ศิริกุล
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 08/07/2026
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

