โรคไซนัสอักเสบ อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่ควรรู้

ไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบ หลายคนอาจแยกไม่ออกว่าเป็นหวัดธรรมดาหรือไซนัสอักเสบ เพราะอาการบางอย่างคล้ายกัน แต่หากอาการเป็นนานขึ้น น้ำมูกเปลี่ยนสี ปวดหน้า หรืออาการแย่ลงหลังจากดีขึ้น ควรสังเกตให้มากขึ้น

การเข้าใจสาเหตุ อาการ ความแตกต่างจากหวัด กลุ่มเสี่ยง วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น รวมถึงแนวทางการรักษาและยาที่ใช้ จะช่วยให้ดูแลอาการได้ถูกต้อง และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อนค่ะ

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบคืออะไร

ไซนัส (Sinuses) คือ โพรงอากาศในกระดูกใบหน้าและรอบจมูก ซึ่งปกติจะมีอากาศไหลเวียนและมีน้ำมูกใสๆ คอยดักจับสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อใดก็ตามที่โพรงอากาศนี้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ มีการบวมของเยื่อบุจนอุดตันทำให้น้ำมูกคั่งค้างและเกิดการสะสมของเชื้อโรค เราจะเรียกว่า ไซนัสอักเสบ

สาเหตุของไซนัสอักเสบ

สาเหตุของไซนัสอักเสบ

โรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  1. การติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ: เช่น เชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย
  2. โรคภูมิแพ้: เยื่อบุจมูกบวมจากภูมิแพ้เรื้อรัง ทำให้ท่อทางเดินไซนัสอุดตัน
  3. สิ่งแปลกปลอมหรือสิ่งแวดล้อม: เช่น การเผชิญฝุ่นละออง PM 2.5 ควันบุหรี่ หรือสารเคมี
  4. โครงสร้างจมูกผิดปกติ: เช่น ผนังกั้นช่องจมูกเบี้ยว หรือมีริดสีดวงจมูก (Nasal Polyps)
  5. ปัญหาสุขภาพฟัน: รากฟันบนอักเสบหรือติดเชื้อ ลามเข้าไปในไซนัสบริเวณแก้มได้

อาการของไซนัสอักเสบ

หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 7-10 วัน มีโอกาสสูงที่จะเป็นไซนัสอักเสบ

  1. คัดจมูกแน่นจมูกตลอดเวลา
  2. น้ำมูกมีสีเขียวหรือเหลืองเข้ม และมักมีน้ำมูกไหลลงคอ (Post-nasal drip)
  3. ปวดตื้อๆบริเวณใบหน้า เช่น หน้าผาก หัวตา โหนกแก้ม หรือรอบกระบอกตา
  4. ความสามารถในการรับกลิ่นลดลง หรือได้กลิ่นเหม็นในจมูก
  5. อาการร่วมอื่นๆ: เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ หรือเพลีย

 ไซนัสกับหวัด อาการต่างกันอย่างไร

ไซนัสกับหวัด อาการต่างกันอย่างไร

ไข้หวัดธรรมดา (Common Cold)

  •  มักหายได้เองภายใน 5 – 7 วัน
  •  น้ำมูกมักเป็นน้ำมูกใส หรือขาวขุ่น
  •  ปวดหัวตื้อๆ ทั่วไป
  •  การรับกลิ่นปกติหรือลดลงเล็กน้อยตามอาการคัดจมูก

ไซนัสอักเสบ (Sinusitis)

  •  อาการลากยาวเกิน 10 วัน หรือแย่ลงเรื่อยๆ
  •  น้ำมูกข้น เหนียว มีสีเขียวหรือเหลือง
  •  ปวดเฉพาะจุดบนใบหน้าชัดเจน (เช่น โหนกแก้ม หัวตา)
  •  ได้กลิ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัดหรือมีกลิ่นเหม็นคาว

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไซนัส

  1. ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Allergic Rhinitis)
  2. ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นประจำ
  3. ผู้ที่มีความผิดปกติของโครงสร้างจมูก
  4. ผู้ที่ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
พบแพทย์ที่อินทัชเมดิแคร์ คลิกที่นี่ สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

ภาวะแทรกซ้อนของไซนัสอักเสบ (ถ้าไม่รีบรักษา)

แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างถูกต้องเชื้ออาจแพร่กระจายไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้

  • ภาวะแทรกซ้อนทางตา: ตาบวม เนื้อเยื่อรอบตาอักเสบ หรือส่งผลต่อการมองเห็น
  • ภาวะแทรกซ้อนทางสมอง: เยื่อหุ้มสมองอักเสบ หรือฝีในสมอง (พบได้น้อยแต่รุนแรง)
  • ระบบทางเดินหายใจ: กระตุ้นให้อาการหอบหืดรุนแรงขึ้น หรือเป็นหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบได้
  • ภาวะแทรกซ้อนทางหู : กระตุ้นให้เกิดหูชั้นกลางอักเสบได้
วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเป็นไซนัสอักเสบ

วิธีดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อเป็นไซนัสอักเสบ

  1. ล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง เพื่อล้างน้ำมูกเหนียวข้นและสิ่งสกปรก
  2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้น้ำมูกใสขึ้นและขับออกง่าย
  3. ประคบอุ่น นำผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณใบหน้าที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการตึง
  4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ และหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หายใจสะดวก
  5. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เช่น ควัน ฝุ่น บุหรี่ และอากาศที่เย็นจัด

การรักษาโรคไซนัสอักเสบและยาที่ใช้

แพทย์จะพิจารณาการรักษาตามสาเหตุและความรุนแรงของโรค

การรักษาด้วยยา (Medical Treatment)

  1. ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics): ใช้กรณีที่แพทย์วินิจฉัยว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย(ต้องทานให้ครบตามแพทย์สั่ง)
  2. ยาสเตียรอยด์พ่นจมูก (Intranasal Steroids): เพื่อลดการบวมของเยื่อบุจมูกและช่วยระบายไซนัส
  3. ยาแก้แพ้ (Antihistamines): ใช้ในรายที่มีสาเหตุมาจากโรคภูมิแพ้
  4. ยาลดอาการบวมและคัดจมูก (Decongestants): ช่วยลดอาการบวมคัดแน่นในโพรงจมูก
  5. ยาแก้ปวดและลดไข้
  • ควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

การผ่าตัด (Surgical Treatment)

ในกรณีที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังที่รักษาด้วยยาแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีริดสีดวงจมูก แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดส่องกล้องไซนัส (Functional Endoscopic Sinus Surgery – FESS) เพื่อเปิดช่องระบายไซนัสให้กลับมาทำงานปกติ

พบแพทย์ใกล้บ้าน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบ

ไซนัสอักเสบส่วนใหญ่สามารถดูแลให้ดีขึ้นได้ หากรู้สาเหตุและเริ่มดูแลตั้งแต่ระยะแรก เช่น พักผ่อน ดื่มน้ำให้เพียงพอ ล้างจมูก หรือใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ แต่หากมีอาการคัดจมูก น้ำมูกข้น ปวดหน้า ไข้นาน อาการเกิน 10 วัน หรือเป็นซ้ำบ่อย ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจต้องตรวจเพิ่มเติมและรักษาให้ตรงสาเหตุ

หากไม่แน่ใจว่าเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ เลือกการรักษาที่เหมาะสม และลดโอกาสเกิดอาการเรื้อรังหรือภาวะแทรกซ้อน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

 แก้ไขล่าสุด : 08/07/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com