โรคภูมิแพ้ แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ: อาการ สาเหตุ และวิธีรักษา

“โรคภูมิแพ้” ไม่ใช่แค่อาการจามหรือมีน้ำมูกเพียงชั่วคราว แต่เป็นโรคประจำตัวเรื้อรังที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวไวผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น สภาพอากาศ ขนสัตว์ หรือแม้แต่อาหาร

แม้ว่าโรคนี้จะไม่ใช่โรคติดต่อและยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้ 100% ในผู้ใหญ่ แต่หากเราเข้าใจถึงต้นตอของสาเหตุ รู้วิธีแยกแยะอาการให้ชัดเจนว่าต่างจากไข้หวัดอย่างไร รวมถึงรู้วิธีหลีกเลี่ยงและรับมืออย่างถูกวิธี เราก็จะสามารถควบคุมอาการและกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติค่ะ

โรคภูมิแพ้ที่คุณควรรู้

โรคภูมิแพ้ คืออะไร?

โรคภูมิแพ้ (Allergy) คือ ภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารประกอบบางอย่างที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมไวผิดปกติ ซึ่งสารเหล่านี้เรียกว่า “สารก่อภูมิแพ้” (Allergens)

สำหรับคนทั่วไป สารเหล่านี้อาจไม่มีอันตรายเลย แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายจะมองว่าสารเหล่านี้เป็นผู้บุกรุก และสร้างภูมิต้านทาน (IgE) ออกมาต่อสู้จนทำให้เกิดการอักเสบและแสดงออกมาเป็นอาการแพ้ในระบบต่างๆ ของร่างกาย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้

สาเหตุหลักของโรคภูมิแพ้เกิดจาก 2 ปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • พันธุกรรม: หากพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้ ลูกจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้สูงกว่าคนทั่วไป
  • สิ่งแวดล้อม: การสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้อย่างต่อเนื่อง โดยสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย ได้แก่
  1. ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ แมลงสาบ และเชื้อรา
  2. รังแคหรือขนสัตว์เลี้ยง (เช่น แมว สุนัข)
  3. อาหารบางชนิด (เช่น นมวัว ไข่ ถั่วลิสง อาหารทะเล)
  4. ยาบางชนิด หรือพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย

ชนิดของโรคภูมิแพ้

  1. โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้จมูกอักเสบ (Allergic Rhinitis) หรือไข้ละอองฟาง (Hay Fever) หอบหืด
  2. โรคภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น ลมพิษ ผื่นคัน ผื่นมีน้ำเหลืองย้อย ที่ผิวหนัง (Eczema Dermatitis)
  3. โรคภูมิแพ้ที่ตา (Allergic Conjunctivitis)
  4. แพ้รุนแรงจนช็อก (Anaphylactic Shock)
  5. แพ้อาหาร

อาการของโรคภูมิแพ้

ภูมิแพ้จมูกอักเสบ (Allergic Rhinitis) หรือ ไข้ละอองฟาง (Hay Fever)

มี 2 แบบ คือ เป็นบางจังหวะหรือบางฤดูกาลและเป็นทั้งปี

  • เป็นบางจังหวะหรือบางดูกาล มักเกี่ยวข้องกับลมฟ้าอากาศ และ Allergen ที่มีมากในช่วงนั้น เช่น ฤดูร้อนที่มีดอกไม้บาน มีเกสรหรือละอองฟางมาก จึงชื่อไข้ละอองฟาง
  • เป็นทั้งปี มักเกิดจาก Allergen ในบ้านหรือในที่ทำงาน เช่นไรฝุ่น เชื้อราจากเครื่องปรับอากาศ ชิ้นส่วนแมลง ขนสัตว์ รังแคสัตว์ ฯลฯ มีอาการดังนี้ คัดจมูก คันตา มีน้ำมูกใสๆ ไหล จามบ่อยๆ หายใจไม่สะดวก คันจมูก คันในรูจมูก คันรูหู คันในคอ มีเสลดในคอเป็นประจำ

หอบหืด

เป็นอาการภูมิแพ้ของระบบบหายใจ มีผลทำให้หลอดลมหลเกร็ง หายใจเข้าออกไม่สะดวก มีอาการคือ หายใจไม่สะดวก แน่นหน้าอก หายใจหอบ หายใจมีเสียงวี้ด ไอมีเสมหะ

โรคภูมิแพ้ที่ผิวหนัง

เกิดจากการสัมผัสสารที่ทำให้แพ้ซึ่งส่วนหนึ่งสัมผัสทางผิวหนัง บางส่วนเกิดจากสูดเข้าไปทางลมหายใจหรือรับประทาน ที่พบบ่อยได้แก่ อาหารทะเล นมวัว ยาต่างๆ โดยเฉพาะเพนนิซิลลิน หรือซัลฟา มีอาการดังนี้

  • คันตามผิวหนัง
  • ขึ้นผื่นตามผิวหนัง
  • ผื่นผิวหนังมีน้ำเหลืองย้อย
  • หน้าหรือแก้มเป็นผืนแดง มีน้ำเหลือง มีสะเก็ด (มักเป็นกับเด็ก)
  • ผิวหนังบวมเป็นวงแดงหนาบนตัวแบบผื่นลมพิษ
  • เป็นผื่นวงกลมสีดำ คัน เจ็บ มักขึ้นตามเนื้ออ่อน เช่น โคนขา ตันคอ รักแร้
  • เวลาแพ้แต่ละครั้งผืนจะขึ้นที่เดิม (Fixed drug eruption)

มีภูมิแพ้ผิวหนังอย่างหนึ่งที่เกิดจากการสัมผัส Allergen เรียกว่า ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (Contact dermatitis) ไม่เกี่ยวข้องกับ IgE แต่เกี่ยวข้องกับภูมิต้านทานชนิดเซลล์ ซึ่งเหมือนตั้งโปรแกรมไว้คือครั้งแรกจะไม่แพ้ แต่จะแพ้ถ้าสัมผัสครั้งที่สอง เช่น แพ้เครื่องประดับ นาฬิกา ผงซักฟอก เป็นต้น

โรคภูมิแพ้ที่ตา

มักจะเป็นที่เยื่อหุ้มตาชั้นนอก อาการภูมิแพ้ทำให้เชื่อหุ้มตาชั้มตาชั้นนอกอักเลย และมีอาการดังต่อไปนี้

  • ใต้เปลือกตามีสีแดงเป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ มีอาการคัน
  • ตาขาวมีสีแดง คันจนต้องขยี้ตาบ่อยๆ
  • น้ำตาไหลตลอดเวลา
  • เยื่อบุตาบวม

แพ้รุนแรงจนช็อก (Anaphylactic Shock)

เกิดจากอาการแพ้หลายๆ อวัยวะของร่างกายในคราวเดียวกัน เป็นได้ทั้งสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ แบบรับประทาน แบบฉีด การสูดดม หรือทางผิวหนัง เช่น แมลงสัตว์กัดต่อย เกิดเส้นเลือดขยายทั่วร่างกาย อาเจียน เวียนศีรษะ ความดันโลหิตตก หายใจหอบเหนื่อยจากหลอดลมตีบ คอบวม จนอาจเสียชีวิตได้

อินทัชเมดิแคร์มีบริการตรวจภูมิแพ้อาหารและสิ่งแวดล้อม สนใจคลิกเลย! สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่เลยค่ะ

ภูมิแพ้ vs หวัด ต่างกันยังไง?

หลายคนมักสับสนระหว่างโรคภูมิแพ้และไข้หวัด ลองสังเกตความแตกต่างได้จากตารางนี้

การป้องกันอาการภูมิแพ้

หัวใจสำคัญของการป้องกันคือ “รู้ว่าแพ้อะไร และหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น”

  • ทำความสะอาดที่นอน ซักผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อน (อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสขึ้นไป) เพื่อกำจัดไรฝุ่น
  • ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA เพื่อลดฝุ่นและละอองในอากาศ
  • หลีกเลี่ยงการนำสัตว์เลี้ยงเข้ามาในห้องนอน
  • สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องไปในที่ที่มีฝุ่นควันหรือละอองเกสรมาก
  • อ่านฉลากอาหารทุกครั้งหากมีประวัติแพ้อาหาร

แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ รักษาได้แต่อาการ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้ดังนี้

  • การใช้ยา: เช่น ยาแก้แพ้ (Antihistamines) ยาพ่นจมูกสเตียรอยด์ ยาหยอดตา และยาทาแก้ผื่นคัน เพื่อบรรเทาอาการ
  • การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy): เป็นการให้ร่างกายรับสารที่แพ้ทีละน้อย เพื่อฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันชินกับสารนั้น ใช้เวลาในการรักษานาน แต่สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของภูมิคุ้มกันได้ระยะยาว
  • การพกยาฉุกเฉิน: สำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) แพทย์จะแนะนำให้พกยาฉีดอะดรีนาลีน (Epinephrine auto-injector) ติดตัวไว้เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภูมิแพ้ (FAQ)

ถ้าคุณมีอาการจามบ่อย น้ำมูกไหล คันตา หรือมีผื่นคันเรื้อรังแบบไม่ยอมหายสักที (แถมไม่มีไข้แบบไข้หวัด) เป็นไปได้สูงเลยว่าคุณอาจจะเป็น “โรคภูมิแพ้”

ถ้าทนรำคาญกับอาการพวกนี้มานาน แนะนำตรวจภูมิแพ้ที่อินทัชเมดิแคร์ ตรวจได้ทุกสาขาใกล้บ้านค่ะ จะได้เทสต์ให้ชัวร์ๆ ไปเลยว่าร่างกายเรากำลังประท้วงอะไรอยู่ คุณหมอจะได้แนะนำวิธีดูแลตัวเองและจัดยาให้ คราวนี้จะได้ไม่ต้องมานั่งเดา ลองผิดลองถูก หรือทนทรมานกับอาการแพ้อีกต่อไป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 31/07/2026
 อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com