หลอดลมอักเสบ อาการ สาเหตุ และวิธีรักษาที่ควรรู้!

หลอดลมอักเสบ

หลอดลมอักเสบ เป็นโรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะหลังเป็นหวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือได้รับสิ่งระคายเคือง แม้หลอดลมอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่จะดีขึ้นได้เอง แต่หากไอนานเกิน 3 สัปดาห์ มีไข้สูง หอบเหนื่อย ไอมีเลือด หรือเป็นซ้ำบ่อย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

เพราะอาการไอเรื้อรังอาจเกี่ยวข้องกับโรคปอด หอบหืด ภูมิแพ้ หรือหลอดลมอักเสบเรื้อรังได้

หัวข้อน่ารู้เรื่องโรคหลอดลมอักเสบ

หลอดลมอักเสบ คืออะไร

เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ที่เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุหลอดลม ซึ่งเป็นท่อที่นำอากาศเข้าสู่ปอด ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวม และมีการผลิตเสมหะในหลอดลมออกมามากผิดปกติ มีเสมหะในหลอดลมอุดกั้น ทำให้ช่องทางเดินหลอดลมแคบลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการไอเรื้อรัง แน่นหน้าอก และหายใจลำบาก

สาเหตุการเกิดโรคหลอดลมอักเสบ

  • การติดเชื้อ: เชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือ เชื้อแบคทีเรีย
  • การระคายเคือง: สารก่อภูมิแพ้ ฝุ่น ควันบุหรี่ หรือมลพิษ ก๊าซพิษ และสารเคมีต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
  • การติดเชื้อเรื้อรัง: เช่น โรคหอบหืด
อาการของหลอดลมอักเสบ

อาการของหลอดลมอักเสบ

  • ไอบ่อย อาจมีหรือไม่มีเสมหะ
  • ในรายที่ติดเชื้อแบคทีเรียอาจมีไข้สูงหรือมีเสมหะข้นสีเขียวหรือเหลือง
  • หายใจลำบาก อาจหายใจมีเสียงหวีดได้
  • เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก
  • มีไข้ หนาวสัน
  • คัดจมูก น้ำมูกไหล
  • เจ็บคอ แสบคอ
มีอาการ อยากพบแพทย์ คลิกสอบถามได้เลยค่ะ สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

ประเภทของโรคหลอดลมอักเสบ

ประเภทของโรคหลอดลมอักเสบ

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน (Acute Bronchitis) 

เป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนทุกวัย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสเหมือนไข้หวัด มักเกิดเมื่อมีการติดเชื้อในทางเดินหายใจไล่ลงไปจนถึงหลอดลม เกิดการอักเสบอาการบวมของเยื่อ เมือก ที่บุทางเดินหายใจระคายเคือง

อาการของโรคหลอดลมอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่จะมีอาการไม่เกิน 3 สัปดาห์ มักมีอาการไอ มีเสมหะเป็นระยะเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ อาจเป็นหลอดลมอักเสบเฉียบพลันเมื่อผู้ป่วยมีการอักเสบของโพรงจมูกหรือเป็นหวัด 

โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง (Chronic Bronchitis) 

อาจเกิดจากโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด หรือสัมผัสกับมลภาวะ เช่นฝุ่น ควัน หรือสารเคมีที่ระเหยได้ รวมถึงการสูบบุหรี่เป็นระยะเวลานาน นับเป็นส่วนหนึ่งของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง

ทำให้ร่างกายสร้างสารออกมาเพื่อตอบสนองต่อการอักเสบ ส่งผลให้มีเสมหะที่เหนียวข้นและกำจัดออกยาก หลอดลมเกิดการอุดตันหรือการบวมซึ่งช่องทางเดินอากาศในหลอดลมที่ตีบแคบลงทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนเรื้อรังได้ด้วย มีอาการไอมีเสมหะมากกว่า 3 เดือน – 2 ปี

หลอดลมอักเสบส่งผลกระทบต่อใครบ้าง

  • เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เนื่องจากเป็นช่วงอายุ และอยู่ในภาวะทีมีโอกาสติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ง่าย
  • ผู้ทีมีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ทุกวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน

ตอนไหนต้องไปพบแพทย์

ตอนไหนต้องไปพบแพทย์
  • มีอาการไอนานกว่า 8 สัปดาห์ในผู้ใหญ่
  • ไอมีเสมหะมาก เสมหะจุกคอ เสมหะอยู่ลึกๆ ไอไม่ออก
  • ไอเสมหะเลือดปน
  • เหนื่อยง่ายขึ้นเวลาทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง
  • หายใจไม่อิ่ม หายใจเข้าออกไม่สุด หายใจได้ยินเสียงวี้ด หายใจลำบาก
  • ไอ ร่วมกับเจ็บหน้าอกแปล๊บๆ เป็นๆหายๆ
  • มีไข้สูง น้ำหนักลด กินได้น้อยเบื่ออาหาร

วิธีการรักษา

  1. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเฉียบพลัน ปกติมักจะหายได้เอง ภายใน 7-10 วัน เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส จึงใช้วิธีการรักษาตามอาการ เช่น การใช้ยาละลายเสมหะ ยาแก้ไอ ยาขยายหลอดลม จนอาการหายดีเอง ส่วนการติดเชื้อแบคทีเรียอาจพิจารณาการใช้ยาฆ่าเชื้อ
  2. โรคหลอดลมอักเสบชนิดเรื้อรัง ควรหาสาเหตุ และรักษาตามสาเหตุ อาจให้ยาลดการอักเสบของหลอดลม, ยาขยายหลอดลม

วิธีป้องกันหลอดลมอักเสบ

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพราะน้ำเป็นยาละลายเสมหะที่ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
  • ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ
  • หลีกเลี่ยงการสูดควัน กลิ่นฉุน ควันบุหรี่ สารเคมี ฝุ่น สารระคายเคืองต่างๆ
  • หลีกเลี่ยงสัมผัสอากาศเย็นและแห้ง
  • ควรให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายขณะนอนให้เพียงพอ
  • ออกกำลังกายอยู่เสมอ
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ปีละ 1 ครั้ง

สิ่งห้ามกินเมื่อมีอาการ

สิ่งห้ามกินเมื่อมีอาการหลอดลมอักเสบ
  • ของทอดและอาหารมันจัด เช่น ไก่ทอด หรือเฟรนช์ฟรายส์ ไขมันจะทำให้ระบบย่อยทำงานหนักและกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเสมหะมากขึ้น และทำให้หลอดลมอักเสบหนักขึ้น
  • อาหารรสเผ็ดและรสจัด เช่น อาหารรสเปรี้ยว เค็ม หรือเผ็ดจัด จะระคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจและทำให้ไอหนักกว่าเดิม
  • ของหวานและน้ำตาลสูง เช่น น้ำอัดลม เค้ก และเบเกอรี่ น้ำตาลจะไปกระตุ้นการอักเสบในร่างกายและลดประสิทธิภาพการฟื้นตัว
  • ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นม ชีส และโยเกิร์ต อาหารกลุ่มนี้อาจไปเพิ่มความเข้มข้นของน้ำมูกและเสมหะในผู้ป่วยบางราย
  • เครื่องดื่มเย็นจัด น้ำแข็ง และแอลกอฮอล์ ความเย็นจะทำให้หลอดลมตีบและกระตุ้นอาการไอ ส่วนแอลกอฮอล์ทำให้ร่างกายขาดน้ำและเสมหะเหนียวข้นขึ้น 

คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับโรค

หลอดลมอักเสบเป็นภาวะที่หลอดลมเกิดการอักเสบ ทำให้มีอาการไอ ไอมีเสมหะ แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงวี้ด หรือเหนื่อยง่าย สาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากไวรัสหรือสิ่งระคายเคือง เช่น ควันบุหรี่ ฝุ่น และมลพิษ หลายกรณีสามารถดีขึ้นได้ด้วยการพักผ่อน ดื่มน้ำ และรักษาตามอาการ

อย่างไรก็ตาม หากไอนานเกิน 3 สัปดาห์ มีไข้สูง หอบเหนื่อย ไอมีเลือด เจ็บหน้าอก หรือเป็นซ้ำบ่อย ไม่ควรปล่อยไว้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจแยกจากปอดบวม หอบหืด COPD หรือโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ และรับการรักษาอย่างเหมาะสม

พบแพทย์ใกล้บ้าน
สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 08/07/2026

อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com