การดื่มน้ำน้อย เป็นพฤติกรรมที่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายโดยไม่รู้ตัว เพราะน้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญในการดำรงชีวิต เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของร่างกาย น้ำมีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายทุกระบบ ทั้งระบบช่วยย่อยอาหาร ลำเลียงสารอาหาร ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย การขจัดของเสีย และชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนัง เป็นต้น
เรื่องที่คนดื่มน้ำน้อยต้องอ่าน
- กินน้ำน้อยส่งผลอะไรบ้าง

- ทำไมการดื่มน้ำน้อยจึงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
- ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงปัสสาวะเป็นเลือดไหม
- อาการที่บ่งบอกว่าอาจดื่มน้ำน้อยไป
- ดื่มน้ำอย่างไรให้เพียงพอต่อวัน และดีต่อสุขภาพ

- อาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ที่ควรรีบมาพบแพทย์
กินน้ำน้อยส่งผลอะไรบ้าง
เมื่อร่างกายได้รับน้ำน้อยกว่าความต้องการของร่างกาย จะมีการปรับเพื่อรักษาสมดุลในร่างกาย ผ่านกระบวนการของฮอร์โมนและไต ดังต่อไปนี้
ฮอร์โมน ADH (Antidiuretic Hormone)
กลไกการทำงาน เมื่อร่างกายขาดน้ำ สมอง ตำแหน่งต่อมใต้สมอง จะมีการสั่งการเพื่อหลั่งฮอร์โมน ที่ชื่อว่า ADH (Antidiuretic Hormone) เพื่อไประตุ้นให้ไต ดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือดเพิ่มมากขึ้น แทนการขับปัสสาวะออกจากร่างกาย
จึงส่งผลให้ ปริมาณปัสสาวะที่ถูกขับออกมาน้อยลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น ขณะที่ร่างกายขาดน้ำ
ไตทำงานเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดการสูญเสียน้ำ
ไตจะทำงานมากขึ้น โดยการดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อเก็บน้ำไว้ในร่างกาย จึงทำให้ปริมาณการขับออกของปัสสาวะน้อยลงและมีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อเป็นกลไกการป้องกันของร่างกายเมื่อร่างกายขาดน้ำ
เกิดความเข้มข้นของเลือดเพิ่มมากขึ้น
เมื่อเรากินน้ำน้อย กินน้ำไม่เพียงพอ หรือร่างกายขาดน้ำ จะส่งผลให้เลือดของเรามีความเข้มข้นสูงขึ้นตามมาได้
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดน้ำ
ภาวะขาดน้ำ สามารถสังเกตุได้จากอาการปากแห้ง รู้สึกกระหายน้ำ ผิวแห้งมากขึ้น ตาแห้ง และการปัสสาวะน้อยลง รวมถึงในบางรายอาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย
ทำไมการดื่มน้ำน้อยจึงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
เมื่อร่างกายขาดน้ำ หรือเราดื่มน้ำน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการ ส่งผลให้ร่างกายเกิดการปรับสมดุลโดยการที่ไตทำงานหนักมากขึ้น เพื่อดูดซึมน้ำกลับเข้าสู่กระแสเลือด ในทางกลับกันก็จะทำให้ปริมาณปัสสาวะที่จะถูกขับออกก็มีน้อยเช่นกัน
“เกิดการสะสมเชื้อแบคทีเรีย ปัสสาวะไม่สามารถช่วยชะล้างเชื้อแบคทีเรียออกไปได้ จึงส่งผลทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะอักเสบตามมาได้
“
ดื่มน้ำน้อยเสี่ยงปัสสาวะเป็นเลือดไหม
การดื่มน้ำน้อย อาจไม่ส่งผลโดยตรงที่ทำให้เกิดปัสสาวะมีเลือดปนที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าได้ หรืออาจพบเม็ดเลือดแดงปนในปัสสาวะ ต้องส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม
เมื่อนิ่วเคลื่อนเกิดการตัวลงในท่อไตหรือกระเพราะปัสสาวะ อาจจะขูดผนัง หรือเกิดการระคายเคืองกระเพราะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ จึงทำให้ปัสสาวะมีเลือดปน
อาการที่บ่งบอกว่าอาจดื่มน้ำน้อยเกินไป
- ผิวหนังแห้ง ขาดความยืดหยุ่นของหิวหนัง
- ริมฝีปากแห้ง ลิ้นแห้ง
- รู้สึกกระหายน้ำมาก
- ปัสสาวะออกน้อย และมีสีเข้มขึ้น
- เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย วิงเวียนศรีษะบ่อย
ดื่มน้ำอย่างไรให้เพียงพอต่อวัน และดีต่อสุขภาพ
น้ำดื่มมีความสำคัญต่อร่างกายและมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ดังนั้นขอแนะนำว่าควร
- ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ และเหมาะต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละกิจกรรมให้เหมาะสม
- ร่างกายเราต้องการน้ำวันละประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน เพื่อความเพียงพอต่อการหมุนเวียน สร้างสมดุลในร่างกาย ในการขับถ่ายออกต่อวัน หรือเฉลี่ยการดื่มน้ำประมาณ 8 แก้วต่อวัน (แก้วละ 240 ซีซี)
- การน้ำดื่มอาจต้องเพิ่มมากกว่า 8-10 แก้วต่อวัน หากเราต้องทำงานหนัก หรือออกกำลังกาย หรืออยู่ในสภาพอากาศที่ร้อน
การดื่มน้ำในปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในสภาวะปกติ ไม่เพียงแต่มีส่วนช่วยปรับสมดุลในร่างกายเพียงอย่างเดียว ยังสามารถช่วยชะลอความแก่ของผิวหนัง ช่วยลดการเกิดนิ่วในไตได้ ลดการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ช่วยลดอาการท้องผูก ช่วยขับสารพิษและของเสียออกจากร่างกายได้ค่ะ
คำแนะนำจาก แพทย์หญิงสุพิชชา บึงจันทร์
แพทย์ประจำคลินิกอินทัชเมดิแคร์
อาการที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ที่ควรรีบมาพบแพทย์
-
ปัญหาเกี่ยวกับการปัสสาวะ โดยมักมาพร้อมกับปัสสาวะแสบขัด หรือปัสสาวะบ่อย เหมือนปัสสาวะไม่สุด
-
ปวดท้องน้อย หรือหน่วงกระเพราะปัสสาวะ
-
ปัสสาวะมีลักษณะของผิดปกติ คือ กลิ่นเหม็นแรง หรือ ขุ่น อาจพบการตกตะกอนร่วมด้วยได้
-
ปัสสาวะอาจจะมีเลือดปนหรือสีเข้มขึ้น
-
อาจจะมีไข้ หนาวสั่น และหากมีการติดเชื้อลามไปที่ไต จะมีอาการปวดร้าวไปหลังหรือเอว ร่วมด้วยได้ หากมีอาการ ดังกล่าวข้างต้น ควรรีบเข้าไปพบแพทย์ทันที
บทความที่น่าสนใจ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
พญ.สุพิชชา บึงจันทร์
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 29/09/2025
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

