โรคหนองในเป็นโรคที่มีความสำคัญอย่างมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะโรคหนองในในหญิงตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทั้งกับคุณแม่และลูกน้อยได้
ข้อมูลที่น่าสนใจเรื่องหนองในในหญิงตั้งครรภ์
- อาการหนองในในหญิงตั้งครรภ์

- ผลกระทบต่อทารกจากหนองในในหญิงตั้งครรภ์
- อาการแทรกซ้อนในคุณแม่ที่เป็นหนองใน
- วิธีรักษาหนองในระหว่างตั้งครรภ์

- คู่สมรสควรรักษาไหม

- การตรวจหนองในขณะตั้งครรภ์
- วิธีป้องกันโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์
อาการของโรคหนองในในหญิงตั้งครรภ์
อาการของหญิงตั้งครรภ์ขึ้นกับบริเวณที่มีการติดเชื้อ เช่น ช่องคลอด อุ้งเชิงกราน (มดลูก ปีกมดลูก รังไข่) ท่อปัสสาวะ เยื่อบุตา เป็นต้น แต่ในบางครั้งผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ เช่น การติดเชื้อที่คอหอย หรือทวารหนัก
อาการแสดงของโรคหนองในที่สามารถสังเกตได้ ได้แก่
- ตกขาวผิดปกติ มีสีเหลืองหรือเขียว มีกลิ่นเหม็น หรือมีปริมาณมากกว่าปกติ
- รู้สึกแสบหรือขัดเวลาปัสสาวะ
- ปวดท้องน้อย
- เลือดออกผิดปกติ อาจมีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอด โดยไม่เกี่ยวข้องกับการมีประจำเดือน
- เยื่อบุตาอักเสบเป็นหนอง ตาแดง ปวดเคืองตา มีขี้ตาปริมาณมากคล้ายหนองไหล
ผลกระทบต่อทารกจากโรคหนองใน
หากคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นโรคหนองในโดยไม่ได้รับการรักษา เชื้อแบคทีเรียสามารถแพร่กระจายจากช่องคลอดไปสู่ทารกได้ในระหว่างคลอด ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทารกได้ เช่น
- ทารกน้ำหนักตัวน้อยกว่าปกติ
- ตาอักเสบในทารกแรกเกิด เป็นการติดเชื้อที่ตาของทารก ทำให้ตาแดง บวม และมีหนองไหล หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ทารกตาบอดได้ในที่สุด
- การติดเชื้อในกระแสเลือด ในกรณีที่รุนแรงที่สุด เชื้ออาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดของทารก ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบอื่น ๆ ของร่างกาย และเป็นอันตรายถึงชีวิต
- ข้ออักเสบ
- ปอดอักเสบ
ภาวะแทรกซ้อนในคุณแม่ที่เป็นโรคหนองใน
นอกเหนือจากผลกระทบต่อทารกแล้ว โรคหนองในยังอาจส่งผลเสียต่อตัวคุณแม่เองได้เช่นกัน ได้แก่
- การคลอดก่อนกำหนด การติดเชื้ออาจกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด

- น้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดการถุงน้ำคร่ำอักเสบ
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ การติดเชื้อลามเข้าไปในอุ้งเชิงกราน เช่น มดลูกหรือปีกมดลูกอักเสบมีหนอง มักมีอาการปวดท้อง มีไข้ อาจเกิดฝีหนองที่รังไข่ได้
- หนองในแพร่กระจาย เกิดจากการติดเชื้อหนองในเข้าสู่กระแสเลือด อาจเกิดการติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมองและลิ้นหัวใจร่วมด้วย มีอาการปวดตามข้อ ผื่น มีไข้สูง ซึมลง และเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

- การติดเชื้อหลังคลอด การติดเชื้อหนองในระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมดลูกอักเสบหลังคลอดมากขึ้น
วิธีรักษาโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์
การรักษาโรคหนองในในหญิงตั้งครรภ์สามารถทำได้ง่ายและปลอดภัย หากได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว โดยแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีด หรือยารับประทานที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
สนใจตรวจรักษาสอบถามก่อนได้เลยค่ะโดยยาที่ใช้โดยทั่วไปคือยา Ceftriaxone และ Azithromycin หรือ Amoxicillin ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา
คู่สมรสควรรักษาไหม
ต้องให้คู่สมรสมาตรวจรักษาด้วย เนื่องจากการรักษาเพียงคนใดคนหนึ่งจะไม่สามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อได้ และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำระหว่างกันได้อีก โดยหลักการคือต้องให้คู่นอนที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วยในช่วง 60 วันก่อนผู้ป่วยเริ่มมีอาการมาตรวจรับการรักษา
การตรวจหนองในขณะตั้งครรภ์
หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีความเสี่ยงติดเชื้อหนองใน เช่น เคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัยกับคู่นอนมากกว่า 1 คน คู่นอนมีอาการผิดปกติสงสัยโรคหนองใน ควรแจ้งประวัติความเสี่ยงกับแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยโรคหนองในโดยเร็วที่สุด
แพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากบริเวณที่สงสัย เช่น ปัสสาวะ ปากมดลูก ช่องคอ เยื่อบุตา ทวารหนัก ไปตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจเบื้องต้นโดยการย้อมสีกรัม (Gram stain) ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี NAAT (Nucleic acid amplification test) เป็นต้น
สนใจตรวจรักษาสอบถามก่อนได้เลยค่ะวิธีป้องกันโรคหนองในระหว่างตั้งครรภ์
การป้องกันที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น
- มีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองคนเดียว การมีเพศสัมพันธ์กับคู่ครองคนเดียวที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จะช่วยป้องกันโรคได้
- ใช้ถุงยางอนามัย (Condom) เมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือแผ่นยางอนามัย (Dental dam) สำหรับการมีเพศสัมพันธ์โดยการใช้ปาก (Oral sex)
- เข้ารับการตรวจคัดกรอง การเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคหนองในตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์จะช่วยให้ตรวจพบและรักษาได้ทันท่วงที
บทความที่น่าสนใจ
- รูปหนองในผู้หญิงและรูปหนองในผู้ชาย ตัวอย่างดูเลย!!
- ถาม-ตอบ โรคหนองใน รวมทุกข้อสงสัยไว้ที่นี่แล้ว
- อาการหนองในเป็นแบบไหน? จะรู้ได้ไงว่าเป็นหนองใน
- วิธีรักษาหนองในและเตรียมตัวก่อนตรวจทั้งผู้ชายผู้หญิง!
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
พญ.ภลินี ชินสว่างวัฒนกุล
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 22/09/2025
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

