ก้างปลาติดคอเป็นอุบัติเหตุที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในประเทศที่นิยมรับประทานปลา หากดูเหมือนไม่รุนแรงแต่ในบางรายอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ หากดูแลไม่ถูกวิธี ดังนั้นจึงแนะนำให้รักษาก้างปลาติดคอกับแพทย์ค่ะ
ข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการรักษาก้างปลาติดคอ
- ก้างปลาติดคอคืออะไร เกิดขึ้นบริเวณไหนของลำคอ
- อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์

- ค่าใช้จ่ายในการรักษาก้างปลาติดคอ
- รักษาก้างปลาติดคอที่อินทัชเมดิแคร์ราคาเท่าไร

- วิธีการรักษาก้างปลาติดคอ

- การเตรียมตัวก่อนมารักษาก้างปลาติดคอที่คลินิก
- วิธีดูแลตัวเองหลังเอาก้างปลาติดคอออกแล้ว
ก้างปลาติดคอคืออะไร เกิดขึ้นบริเวณไหนของลำคอ
ก้างปลาติดคอ คือภาวะที่ก้างปลาหรือเศษกระดูกเล็กๆ ฝังหรือติดอยู่ในเยื่อบุทางเดินอาหารส่วนต้น โดยพบบ่อยบริเวณ
- ต่อมทอนซิล
- โคนลิ้น
- คอหอย
- หลอดอาหารส่วนต้น
ตำแหน่งที่ติดมักขึ้นกับขนาดและลักษณะของก้างปลา รวมถึงวิธีการกลืนอาหาร
อาการแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์
- เจ็บคอหรือระคายคอมาก
- กลืนเจ็บ กลืนลำบาก
- รู้สึกเหมือนมีของแหลมทิ่มอยู่ตลอด
- เจ็บร้าวไปที่หู
- มีเลือดออก น้ำลายปนเลือด
- มีไข้ บวม เจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ
ควรมาพบแพทย์ทันทีหากมีอาการหายใจลำบาก หรือเสียงเปลี่ยน
ค่าใช้จ่ายในการรักษาก้างปลาติดคอ
ค่าใช้จ่ายขึ้นกับวิธีรักษาและความซับซ้อนของเคส โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย ค่าตรวจแพทย์ ค่าอุปกรณ์เอาก้างปลาออก และค่ายาฆ่าเชื้อและยาแก้ปวด หากก้างติดลึกหรือมีภาวะแทรกซ้อน อาจต้องส่งต่อโรงพยาบาลเพื่อส่องกล้อง ซึ่งค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามความจำเป็น
รักษาก้างปลาติดคอที่อินทัชเมดิแคร์ราคาเท่าไร
- ราคาการรักษาก้างปลาติดคอ เริ่มต้น 1,840 บาท
- ราคาอาจเปลี่ยนแปลงตามคำวินิจฉัยของแพทย์
วิธีการรักษาก้างปลาติดคอ
แพทย์จะเลือกวิธีรักษาตามตำแหน่งและความลึกของก้างปลา เช่น
- ตรวจช่องปากและลำคอด้วยไฟและอุปกรณ์เฉพาะ
- ใช้คีมคีบก้างปลาออก
- ใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดอาการเจ็บ
- หากมองไม่เห็นก้าง อาจต้องส่องกล้องหรือเอกซเรย์เพิ่มเติม
การเตรียมตัวก่อนมารักษาก้างปลาติดคอที่คลินิก
- งดพยายามเอาก้างออกเอง
- งดกลืนอาหารแข็งหรืออาหารชิ้นใหญ่
- แจ้งแพทย์ว่าเริ่มมีอาการตั้งแต่เมื่อไร รับประทานอาหารประเภทไหนมา
- แจ้งประวัติโรคประจำตัวหรือการแพ้ยา
วิธีดูแลตัวเองหลังเอาก้างปลาติดคอออกแล้ว
- เลือกรับประทานอาหารที่อ่อนและไม่ระคายคอ ในช่วง 1–2 วันแรก ควรรับประทานอาหารอ่อน เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก ซุป อาหารอุณหภูมิอุ่นหรือปกติ ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด หรือร้อนจัด เพราะอาจระคายแผลในลำคอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ลำคอชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ควรจิบน้ำบ่อย ๆ แทนการดื่มรวดเดียวจำนวนมาก
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น สามารถกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่นวันละ 2–3 ครั้ง ช่วยลดการอักเสบ ลดเชื้อโรค และบรรเทาอาการเจ็บคอ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากแพทย์ให้ยาแก้ปวด ยาฆ่าเชื้อ หรือยาลดการอักเสบ ควรรับประทานให้ครบตามคำแนะนำ และไม่ควรหยุดยาเอง
- หลีกเลี่ยงการแหย่คอหรือพยายามตรวจเอง ไม่ควรใช้นิ้วหรืออุปกรณ์ใดๆ แหย่คอ เพราะอาจทำให้แผลถลอก บวม หรือเกิดการติดเชื้อซ้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ดีขึ้น และช่วยให้การอักเสบลดลงเร็ว
- สังเกตอาการผิดปกติ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที หากมีอาการ เจ็บคอมากขึ้น หรือเจ็บไม่ลด บวม แดง หรือมีไข้ กลืนลำบากมากขึ้น มีเลือดออกหรือน้ำลายปนเลือด หรือรู้สึกเหมือนยังมีก้างติดอยู่
ประสบการณ์แพทย์รักษาก้างปลาติดคอ
“ผู้ป่วยผู้ใหญ่ หลังรับประทานปลาแล้วรู้สึกเหมือนมีก้างทิ่มอยู่ที่ลำคอด้านขวา ตัดสินใจมาพบแพทย์ทันที และผู้ป่วยสามารถบอกตำแหน่งที่เจ็บได้ค่อนข้างชัดเจน หมอได้้ตรวจช่องปากและลำคอด้วยไฟฉายและกดลิ้น พบก้างปลาติดอยู่บริเวณโคนลิ้นด้านขวา จากนั้นใช้อุปกรณ์เฉพาะทางคีบก้างปลาออกอย่างระมัดระวัง ผู้ป่วยรู้สึกโล่งและอาการเจ็บลดลงทันทีหลังเอาก้างออก”
แพทย์หญิงภัทราพร ศรีพระคุณ ว.56788
– แพทย์ประจำคลินิก –
ในบางกรณีอาจไม่สามารถมองเห็นก้างปลาได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะเมื่อก้างติดอยู่ลึกหรืออยู่ในตำแหน่งที่มองไม่ชัด กรณีดังกล่าวแพทย์จะพิจารณาส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาล เพื่อหาตำแหน่งของก้างปลาเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องหรือการตรวจทางรังสีวิทยา เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและแม่นยำมากขึ้น
บทความที่น่าสนใจ
- วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องและสิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อก้างปลาติดคอ
- สัญญาณเตือน! อันตรายจากก้างปลาติดคอ ไม่ควรฝืนเอาออกเอง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
พ.ญ.ภัทราพร ศรีพระคุณ
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 15/12/2025
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

