วัคซีน TdaP (ฺBoostrix) ป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน

วัคซีน Boostrix (บูสทริกซ์) คือวัคซีนรวมป้องกันโรค คอตีบ บาดทะยัก และไอกรน ชนิดไร้เซลล์ (อยู่ในกลุ่ม Tdap) สำหรับใช้ฉีดกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน (booster) ต่อโรคคอตีบ บาดทะยัก และไอกรน 

ใน 1 โดส (ปริมาตร 0.5 มิลลิลิตร) ใช้ในผู้ที่มีอายุ 4 ปี ขั้นไป ในหญิงตั้งครรภ์ (ครรภ์ไตรมาส 2-3 อายุ 4 ปี ขึ้นไป) และใช้ในผู้ที่ไม่ทราบประวัติการได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ ควรฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นทุก 10 ปี สำคัญ

ส่วนประกอบ

ส่วนประกอบสำคัญ (ใน 1 โดส 0.5 มล.):

  • คอตีบ (Diphtheria Toxoid): ไม่น้อยกว่า 2.5 Lf
  • บาดทะยัก (Tetanus Toxoid): ไม่น้อยกว่า 5 Lf
  • ไอกรน (Pertussis Antigens): มีโปรตีน 3 ชนิด คือ Toxoid (8 ไมโครกรัม), FHA (8 ไมโครกรัม) และ Pertactin (2.5 ไมโครกรัม)
  • สารเสริมฤทธิ์กระตุ้นภูมิ: อะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์ และ อะลูมิเนียมฟอสเฟต

ขนาดและวิธีการฉีด

  • วิธีฉีด: ฉีดเข้ากล้ามเนื้อลึก แนะนำให้ฉีดบริเวณกล้ามเนื้อต้นแขน (Deltoid)
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดดำไม่ว่ากรณีใดๆ

ข้อบ่งใช้ (วัคซีนนี้เหมาะกับใคร?)

  1. ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป (เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่): ใช้ฉีดเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดกระตุ้นซ้ำทุกๆ 10 ปี)
  2. หญิงตั้งครรภ์: แนะนำให้ฉีดในช่วง ไตรมาสที่ 2 และไตรมาสที่ 3 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในมารดา แล้วส่งผ่านสายสะดือไปปกป้องทารกแรกเกิดจากโรคไอกรน
  3. สตรีให้นมบุตร: ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าวัคซีนขับออกทางน้ำนมหรือไม่ แพทย์จะพิจารณาฉีดเมื่อประเมินแล้วว่าได้ประโยชน์มากกว่าความเสี่ยง
  4. ผู้ที่มีบาดแผลเสี่ยงติดเชื้อบาดทะยัก: สามารถฉีดวัคซีนนี้แทนวัคซีนบาดทะยัก-คอตีบแบบเดิมได้เลย หากต้องการกระตุ้นภูมิโรคไอกรนร่วมด้วย
  5. ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยรับวัคซีนหรือไม่ทราบประวัติ: สามารถฉีดเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐานได้

ระยะห่างในการให้วัคซีน : ควรฉีดวัคซีนเพื่อกระตุ้นทุก 10 ปี

ฉีดวัคซีนที่อินทัชเมดิแคร์ คลิกได้เลยค่ะ สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะ

ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง

  • ผู้ที่เคยแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนนี้ หรือแพ้รุนแรงหลังฉีดวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ครั้งก่อน
  • ผู้ที่เคยมีภาวะผิดปกติทางสมองโดยไม่ทราบสาเหตุ ภายใน 7 วันหลังฉีดวัคซีนที่มีเชื้อไอกรนครั้งก่อน (กรณีนี้ให้งดวัคซีนไอกรน แต่สามารถฉีดวัคซีนคอตีบ-บาดทะยักต่อได้)
  • ผู้ที่เคยมีภาวะเกล็ดเลือดต่ำชั่วคราว หรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทหลังฉีดวัคซีนคอตีบ/บาดทะยักครั้งก่อน
  • หากกำลังมี ไข้สูงเฉียบพลัน ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน (หากติดเชื้อเล็กน้อย เช่น เป็นหวัด ไม่มีไข้ สามารถฉีดได้)
  • ต้องแจ้งแพทย์ก่อนฉีด หากประวัติฉีดวัคซีนไอกรนครั้งก่อน (ภายใน 48 ชม.) มีอาการไข้สูงกว่า 40°C, ร้องไห้ไม่หยุดนานเกิน 3 ชม., ช็อก/กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือชักภายใน 3 วัน
  • ผู้ที่มีเกล็ดเลือดต่ำหรือมีภาวะเลือดออกง่าย ควรแจ้งพยาบาล เพราะอาจมีเลือดออกบริเวณที่ฉีด (หลังฉีดต้องกดรอยเข็มนานอย่างน้อย 2 นาทีโดยไม่คลึง หรือแพทย์อาจพิจารณาฉีดเข้าใต้ผิวหนังแทน)
  • ผู้ที่มีโรคระบบประสาท/โรคลมชักที่ยังคุมอาการไม่ได้ ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนไอกรนออกไปจนกว่าอาการจะคงที่

อาการข้างเคียงที่อาจพบได้

  • เด็ก (4-9 ปี): มักพบบ่อยมากคือ ปวด แดง บวม บริเวณที่ฉีด, ง่วงนอน, กระสับกระส่าย และอาจมีไข้ (37.5°C ขึ้นไป), เบื่ออาหาร, ปวดศีรษะ, ท้องเสีย, อาเจียน

  • วัยรุ่นและผู้ใหญ่ (10 ปีขึ้นไป) อาการที่พบบ่อยมากคือ ปวด แดง บวม บริเวณที่ฉีด, ปวดศีรษะ, อ่อนเพลีย, เมื่อยล้า และมีไข้, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้, มีก้อนแข็งบริเวณที่ฉีด (หมายเหตุ: อาการมักไม่รุนแรงและหายได้เอง ในผู้ใหญ่ที่ฉีดกระตุ้นซ้ำๆ อาจพบอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขล่าสุด : 28/02/2026
ตรวจสอบความถูกต้องโดย:
 อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com