อัลตร้าซาวด์มีความจำเป็นอย่างไร

 

อัลตร้าซาวด์ มีความจำเป็นอย่างไร

หลายคนอาจเคยผ่านตรวจสุขภาพร่างกายและอาจคุ้นเคยกับการอัลตร้าซาวด์เพื่อวินิจฉัยโรคมาบ้าง หรือจะเป็นการอัลตร้าซาวด์ตรวจครรภ์เพื่อดูการเจริญเติบโตตลอดจนการตรวจหาความผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกอีกด้วย

 

ซึ่งหลายคนก็ไม่ทราบว่าการใช้เทคนิคเครื่องมือชนิดนี้ แตกต่างจากการตรวจร่างกายด้วยเครื่องมือชนิดอื่นๆ อย่างไร เราจำเป็นต้องเลือกวิธีการนี้หรือไม่ และมันจะดีกว่าหรือส่งผลเสียต่อร่างกายไหม เราไปเริ่มทำความเข้าใจเครื่องมือนี้กันเลยดีกว่าค่ะ


อัลตร้าซาวด์ คืออะไร

อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) คืออะไร

อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) หรือการตรวจด้วยคลื่นเสียง เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพหรือวิดีโอแบบเรียลไทม์ของอวัยวะภายในหรือเนื้อเยื่ออ่อนอื่นๆ เช่น หลอดเลือดโดยสามารถเห็นโครงสร้างภายในร่างกายของคุณ

 

การใช้คลื่นเสียงที่มีความเข้มสูง ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการดูพัฒนาการตั้งครรภ์ และการดูการทำงานของอวัยวะภายในต่างๆ การดูก้อนเนื้อ เนื้องอก เป็นต้น

การอัลตร้าซาวด์จะช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพเห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่ออ่อนภายในร่างกายของคุณโดยไม่สร้างบาดแผลและไม่ใช้ต่างรังสีเอ็กซ์ คนส่วนใหญ่จะคิดถึงการอัลตร้าซาวด์กับการตรวจตั้งครรภ์แต่แท้จริงแล้ว เราสามารถใช้การอัลตร้าซาวด์เพื่อดูส่วนต่างๆ ภายในร่างกายได้หลายจุดมาก


อัลตร้าซาวด์ สามารถแบ่งได้ 3 แบบ

อัลตร้าซาวด์ 2 มิติ

แบบ 2 มิติ จะแสดงภาพตัดขวางทีละภาพตามแนวของคลื่นเสียงในแนวระนาบ ที่มีความกว้าง และความยาว จึงทำให้เห็นภาพแบบเป็นเงาขาว ดำ  

  คลิกดูราคาอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ ที่นี่ 

อัลตร้าซาวด์ 3 มิติ

แบบ 3 มิติ จะแสดงภาพให้เห็นทั้งความกว้าง ความสูง และความลึก โดยการรับสัญญาณคลื่นเสียงที่สะท้อนออกมา ผ่านการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ จึงได้ภาพที่มีรายละเอียดชัดเจน เสมือนจริงกว่าแบบแรก

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ

แบบ 4 มิติ จะคล้ายกับแบบ 3 มิติ แต่จะมีการประมวลผลที่ซับซ้อนขึ้น โดยการนำภาพแบบ 3 มิติมาแสดงผลเรียงต่อกันจนเกิดเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริงแบบ Real- time จนสังเกตเห็นรายละเอียดของส่วนที่ทำการตรวจได้อย่างชัดเจน ทำให้เครื่องอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ นิยมนำมาใช้ในทางการแพทย์มากขึ้น


อัลตร้าซาวด์ทำงานอย่างไร

อัลตร้าซาวด์ทำงานอย่างไร

การอัลตร้าซาวด์ ผู้ให้บริการดูแลสุขภาพจะส่งอุปกรณ์ที่เรียกว่าตัวแปลงสัญญาณหรือโพรบผ่านบริเวณร่างกายของคุณหรือภายในช่องทางเปิดของร่างกาย เช่น การอัลตร้าซาวด์ผ่านช่องคลอด ผ่านทางทวาร เป็นต้น

 

โดยจะทาเจลบางๆ ลงบนผิวของคุณ เพื่อให้คลื่นอัลตร้าซาวด์ถูกส่งผ่านจากทรานสดิวเซอร์ผ่านเจลและเข้าสู่ร่างกายของคุณ หัววัดจะแปลงกระแสไฟฟ้าเป็นคลื่นเสียงความถี่สูงและส่งคลื่นไปยังเนื้อเยื่อของร่างกายคุณ

 

คลื่นเสียงจะตรวจผ่านโครงสร้างภายในร่างกายของคุณและนำกลับไปที่โพรบ ซึ่งจะแปลงคลื่นเป็นสัญญาณไฟฟ้า จากนั้นคอมพิวเตอร์จะแปลงรูปแบบของสัญญาณไฟฟ้าเป็นภาพหรือวิดีโอแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะแสดงให้เห็นผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์


อัลตร้าซาวด์ มีความจำเป็นในทางการแพทย์อย่างไร

เนื่องจากการตรวจ Ultrasound ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขณะใช้ ไม่ต้องเผชิญกับรังสี ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องมีการผ่าตัดร่วม ผู้ที่ได้รับการตรวจจึงมีความปลอดภัย และยังสามารถจับภาพเนื้อเยื่ออ่อนได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการอัลตร้าซาวด์ ราคาสบายกระเป๋ากว่าที่คิดอีกด้วย โดยมักจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ ดังนี้

อัลตร้าซาวด์ดวงตา

1. ใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยโรค

อัลตร้าซาวด์ถูกนำมาใช้ในการตรวจอวัยวะต่างๆ เพื่อหาความผิดปกติของโรค เช่น ดวงตา, หลอดเลือด, ตับ, ถุงน้ำดี, ต่อมธัยรอยด์, มดลูก, รังไข่รวมทั้งเนื้อเยื่อและเซลล์อื่นๆ

 

ซึ่งการตรวจด้วยวิธีการนี้จะให้ผลการตรวจที่ละเอียด สามารถนำผลไปวิเคราะห์สุขภาพในเชิงลึกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะการหาความผิดปกติของพื้นผิว (Surface Abnormality) สำหรับใช้ตรวจหาภาวะปากแหว่ง เพดานโหว่ ในหญิงตั้งครรภ์

 

ในการอัลตร้าซาวด์ช่างเทคนิคจะวางทรานสดิวเซอร์ (โพรบอัลตร้าซาวด์) ไว้บนผิวหนังของคุณ ในบางกรณีอาจต้องวางโพรบเข้าไปในร่างกายของคุณ เช่น การอัลตร้าซาวด์ช่องคลอดหรือทวารหนัก

แพทย์ ผ่าตัด

2. ใช้ในกระบวนการทางการแพทย์

นอกจากการใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยโรคแล้ว อัลตร้าซาวด์ยังถูกนำมาใช้ในกระบวนการทางการแพทย์ต่างๆ


เช่น การแสดงภาพเนื้อเยื่อในกระบวนการผ่าตัด เพื่อให้สามารถมองเห็นอวัยวะได้ชัดเจนมากขึ้น และในบางครั้งยังใช้เพื่อตรวจรักษาเนื้อเยื่ออ่อนนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

 


อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน

1. การอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen)

การอัลตร้าซาวด์ ในบริเวณนี้ใช้สำหรับตรวจคัดกรองโรคที่เกี่ยวกับตับ ตับอ่อน ม้าม ไต ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี รวมทั้งตรวจหาว่ามีก้อนหรือสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะใดหรือไม่

 

โดยต้องเตรียมตัวก่อนการ Ultrasound ด้วยการงดอาหาร และเครื่องดื่มที่มีไขมันทุกชนิด ประมาณ 4-6 ชั่วโมงก่อนการตรวจ ดื่มได้เฉพาะน้ำเปล่าเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ถุงน้ำดีหดตัว ซึ่งอาจส่งผลให้เห็นถุงน้ำดีไม่ชัดเจน

อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง

2. การอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง (Ultrasound Lower Abdomen)

การตรวจในช่วงท้องส่วนล่าง เป็นการตรวจดูมดลูก ปีกมดลูก รังไข่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ไส้ติ่ง ถุงน้ำรังไข่ ก้อนเนื้อในมดลูก ไส้ติ่งอักเสบ และอวัยวะอื่นที่อยู่บริเวณนี้ ว่ามีความผิดปกติหรือไม่

 

โดยสามารถตรวจได้ 2 แบบคือ การตรวจโดยใช้หัวอัลตร้าซาวด์ ตรวจบริเวณผิวหน้าท้อง และอัลตร้าซาวด์ช่องคลอดโดยการใส่หัวตรวจเข้าไปทางช่องคลอด ซึ่งจะให้ภาพที่ชัดเจนมากกว่า

 

" แต่การอัลตร้าซาวด์ ช่องคลอด แพทย์จะทำการตรวจให้เฉพาะสตรีที่แต่งงานแล้วเท่านั้น "

3. การตรวจทารกในครรภ์ (Obstretics)

การอัลตร้าซาวด์ท้องหรือการตรวจครรภ์จะใช้เพื่อคำนวณวันคลอด ภาวะการตั้งครรภ์แฝด การตั้งครรภ์นอกมดลูก ตรวจความแข็งแรง ตรวจหาความพิการแต่กำเนิดของทารก ในสมอง ไขสันหลังหัวใจหรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย ของทารกในครรภ์ ตรวจปริมาณน้ำคร่ำ ตำแหน่งของรก

 

อัลตร้าซาวด์ทารกในครรภ์

รวมทั้งสามารถดูเพศและประเมินน้ำหนักของเด็กได้อีกด้วย ช่วยประเมินระยะเวลาที่คุณตั้งครรภ์และอายุครรภ์ของทารกในครรภ์ของคุณ คุณจะทราบการเคลื่อนไหวและอัตราการเต้นของหัวใจของทารกในครรภ์

 

ซึ่งส่วนใหญ่ในโรงพยาบาลของรัฐมักจะใช้เครื่องตรวจ แบบ 2 มิติ ถ้าคุณแม่อยากมีประสบการณ์ในการเจอหน้าลูกน้อยอย่างชัดเจนมากขึ้น การตรวจอัลตร้าซาวด์ แบบ 4 มิติ จะช่วยตอบโจทย์มากกว่า

 

ซึ่งในสถานพยาบาลเอกชนมักจะมีบริการอัลตร้าซาวด์ 4 มิติ ราคาสบายกระเป๋าให้คุณแม่เลือกใช้บริการตามที่ต้องการได้เลย

อัลตร้าซาวด์ตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ

4. การตรวจระบบทางเดินปัสสาวะ (Ultrasound KUB system)

การตรวจระบบทางเดินปัสสาวะด้วยการอัลตร้าซาวด์ เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ โดยสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ในระยะแรก

 

และมักจะตรวจในผู้ป่วยที่มีอาการไตวาย ตรวจดูนิ่วที่ไต หรือผู้ที่ปัสสาวะเป็นเลือด กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยจะทำการตรวจในขณะที่กำลังปวดปัสสาวะจัด เพื่อจะได้เห็นกระเพาะปัสสาวะชัดเจนมากขึ้นนั่นเอง

5. การตรวจเต้านม (Ultrasound Breasts)

การ Ultrasound เต้านม นิยมตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ เพื่อจะได้ทำการรักษาให้ทันท่วงทีนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ตามคลินิกต่างๆ มักจะมีการจัดโปรแกรมตรวจสุขภาพเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในราคาไม่แพงมาก

 

เพื่อให้สุภาพสตรีสามารถเข้าถึงการบริการได้อย่างราคาสบายกระเป๋า สะดวกสบายโดยไม่ต้องไปต่อคิวรับการตรวจในโรงพยาบาลของรัฐให้เสียเวลา

อัลตร้าซาวด์ตรวจต่อมไทรอยด์

6. การตรวจต่อมไทรอยด์ (Ultrasound of thyroid)

เนื่องจากต่อมไทรอยด์มีความสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญ การทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ความแข็งแรงของผิวหนัง ผม และเล็บ

 

ซึ่งหากมีอาการบ่งชี้ เช่น เหนื่อยง่าย เพลียง่าย น้ำหนักขึ้นง่าย น้ำหนักลดลง ตัวบวม หน้าบวม เป็นตะคริวบ่อย มือสั่น ใจสั่น คอโตขึ้น ขับถ่ายบ่อยขึ้น เหงื่อออกมาก อาจจะต้องทำการอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจหาสาเหตุของอาการดังกล่าว

7. การตรวจอื่นๆ

นอกจากการตรวจในข้างต้นแล้ว การอัลตร้าซาวด์ยังสามารถใช้ตรวจส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อีกด้วย เช่น การตรวจศีรษะเด็กแรกเกิด ถึง 1 ขวบ, การตรวจก้อนที่ผิดปกติ, การตรวจเส้นเลือด (Ultrasound Doppler) และการอัลตร้าซาวด์เพื่อเป็น Guide Aspiration Procedure เป็นต้น

 


อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร

อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ คืออะไร

อย่างที่ทราบว่าการอัลตร้าซาวด์ถูกนำมาใช้ในกระบวนการรักษามาอย่างยาวนาน เครื่องมือชนิดนี้จึงถูกพัฒนาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการอัลตร้าซาวด์แบบดั้งเดิมคือภาพสองมิติ (2D) ก็พัฒนาไปสู่ภาพ 4 มิติ (4D) ซึ่งความทันสมัยของเครื่องมือนี้ มักถูกนำไปให้สำหรับการดูทารกในครรภ์ของคุณ 

 

อัลตร้าซาวด์สองมิติจะเป็นการมองเห็นโครงร่างและภาพที่ดูแบนราบ ซึ่งช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพสามารถมองเห็นอวัยวะและโครงสร้างภายในของทารก เมื่อพัฒนาไปสู่การอัลตร้าซาวด์สามมิติ (3D) ทำให้มองเห็นลักษณะใบหน้าบางอย่างของทารกและอาจรวมถึงส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น นิ้วมือและนิ้วเท้า 

 

ยังไม่หมดเท่านี้ในปัจจุบันพัฒนาไปถึงการอัลตร้าซาวด์สี่มิติ (4D) ซึ่งจะเห็นการอัลตร้าซาวด์ 3 มิติที่มีความลึกของภาพมากกว่าให้ภาพที่เหมือนจริงมาก และเมื่อนำภาพมาเรียงต่อกันคุณสามารถสัมผัสได้ในลักษณะการเคลื่อนไหว มีความเรียลไทม์เสมือนจริงมากๆ มักนิยมใช้ในการอัลตร้าซาวด์เพื่อดูภาพทารกในครรภ์มากกว่าการตรวจวินิจฉัยอื่น

 

เพราะฉะนั้นหากคุณกำลังสับสนและเป็นคุณแม่ที่ลังเลว่าจะเลือกแบบไหนดี อาจจะสรุปได้ว่า อัลตร้าซาวนด์ 2 มิติ จะให้ภาพที่ประกอบด้วยโครงร่างของร่างกายเท่านั้นและภาพอวัยวะภายในที่เบลอ ส่วนอัลตร้าซาวด์ 3 มิติให้ภาพสามมิติ คุณสามารถดูใบหน้า ผิวหนัง เพศ และรูปร่างของใบหน้าได้ ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างอัลตราซาวนด์ 3มิติ และ 4 มิติ คือเทคนิคการให้ภาพเคลื่อนไหวของทารกได้ และที่สำคัญคือราคาที่แพงตามลำดับขั้นบันไดของแต่ละมิติ แต่ปัจจุบันมีคลินิกใกล้ๆ ที่เปิดให้บริการมากมาย คุณสามารถค้นหาคลินิกที่จ่ายได้ในราคาสบายกระเป๋ามากยิ่งขึ้นค่ะ 




ข้อดีของอัลตร้าซาวด์แบบ 4 มิติ

ข้อดีของอัลตราซาวด์แบบ 4 มิติ

การใช้วิธีการนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะระยะเวลาในการตรวจและวินิจฉัยหัวใจของทารกในครรภ์สั้นลง

 

" ช่วยเสริมสร้างความผูกพันระหว่างพ่อแม่กับลูกน้อย สามารถระบุความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับใบหน้า หัวใจ แขนขา ท่อประสาท และโครงกระดูกหากแต่ก็มี "

 

จุดอ่อนคือ เครื่องมือมีราคาแพง จำเป็นต้องมีการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานที่ยาวนานขึ้นเพื่อให้ดำเนินการตรวจได้อย่างแม่นยำ และคุณอาจได้ข้อมูลที่มีคุณภาพต่ำหากกระดูกสันหลังของทารกในครรภ์ไม่อยู่ที่ด้านล่างของช่องที่สแกน เงาเสียงอาจขัดขวางการมองเห็นได้ ทำให้คุณมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจนในแบบที่ต้องการ



อัลตร้าซาวด์ ยังเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยหรือไม่

การวิจัยจนถึงปัจจุบันพบว่าเทคโนโลยีอัลตร้าซาวด์ส่วนใหญ่ปลอดภัยโดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องของรังสี การอัลตร้าซาวด์ไม่ใช้รังสี ซึ่งแตกต่างจากการทดสอบภาพทางการแพทย์อื่นๆ เช่น  X-rays และ CT scan

 

เพราะฉะนั้นจึงเป็นแนวทางสำหรับการตรวจวินิจฉัยโรคได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม อัลตร้าซาวด์ทั้งหมดควรทำโดยผู้ให้บริการที่เป็นมืออาชีพได้รับการฝึกอบรมในการใช้เทคโนโลยีเฉพาะทางนี้อย่างปลอดภัย

 


แพทย์และเครื่องอัลตร้าซาวด์

จะเห็นได้ว่าการอัลตร้าซาวด์นั้น มีความจำเป็นในทางการแพทย์เป็นอย่างมาก ทั้งกับการตรวจเพื่อคัดกรองโรคต่างๆ รวมทั้งช่วยให้คุณแม่ได้เห็นใบหน้าและการเคลื่อนไหวของเจ้าตัวเล็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์

 

ซึ่งที่อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม เรามีบริการอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ ราคาสบายกระเป๋า มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านต่างๆ คอยให้คำแนะนำ

 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกใช้บริการได้จากทุกสาขาใกล้บ้านเพียงค้นหาเราจากคลินิกใกล้ฉัน ใน Google หรือสอบถามจากช่องทางการติดต่อบนหน้าเว็บไซต์ของเราได้เลยค่ะ


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

    Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก 

ติดต่อ สอบถาม

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม

เรียบเรียงโดย อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม

  แก้ไขล่าสุด : 17/06/2022 

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้