เมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ฉุกเฉินอย่างการถูกสุนัข แมว หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัดและข่วน สิ่งแรกที่ต้องนึกถึงคือการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าโดยเร็วที่สุด อินทัชเมดิแคร์จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวัคซีน SPEEDA™ หนึ่งในวัคซีนที่แพทย์ใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคกันค่ะ
ข้อมูลสำคัญของวัคซีน SPEEDA
- SPEEDA (สปีด้า) คืออะไร
- คุณสมบัติของยา
- ข้อมูลความปลอดภัย
- สรุปแนวทางการฉีดวัคซีน SPEEDA

- ข้อห้ามใช้
- ข้อควรระวัง

- อาการไม่พึงประสงค์
SPEEDA (สปีด้า) คืออะไร
SPEEDA คือชื่อการค้าของ วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ชนิดเซลล์เพาะเลี้ยง (Chromatographically Purified Vero Cell Rabies Vaccine หรือ CPRV) ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดเชื้อตายที่มีความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูง นิยมนำมาใช้ฉีดเพื่อป้องกันโรคล่วงหน้า (Pre-exposure) และฉีดหลังสัมผัสโรค (Post-exposure)
คุณสมบัติของยา
- มีปริมาณแอนติเจนของเชื้อพิษสุนัขบ้าสูง
- มีสารพันธุกรรม (Residual DNA) ตกค้างไม่เกิน 100 พิโกกรัม (≤ 100 pg)
- กำจัดโปรตีนสิ่งปนเปื้อนได้มากกว่า 99.95%
- ไม่มีสารกันเสีย (Preservatives) และไม่มียาปฏิชีวนะ (Antibiotics)
- ค่าคุณภาพทุกด้านของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปผ่านมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO)
ข้อมูลความปลอดภัย
- ไม่พบอาการไม่พึงประสงค์ระดับปานกลางหรือรุนแรง ในหญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับวัคซีนหลังสัมผัสโรค (PEP)
- ทารกที่คลอดจากผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกราย มีพัฒนาการเป็นปกติ
- SPEEDA มีความปลอดภัย และ ไม่รบกวนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์หรือทารกแรกเกิด
สรุปแนวทางการฉีดวัคซีน SPEEDA
ฉีดแบบป้องกันล่วงหน้า (Pre-exposure: PrEP)
- ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) หรือเข้าในผิวหนัง (ID) เพียง 2 เข็ม ในวันที่ 0 และ 7
ฉีดหลังสัมผัสโรคหรือถูกกัด (Post-exposure: PEP) สำหรับผู้ที่ไม่เคยฉีดมาก่อน
- แบบฉีดเข้ากล้าม (ESSEN regimen) ฉีด 5 เข็ม ในวันที่ 0, 3, 7, 14 และ28
- แบบฉีดเข้าชั้นผิวหนัง (Modified TRC-ID) ฉีด 0.1 มิลลิลิตร จำนวน 2 ตำแหน่ง ในวันที่ 0, 3, 7 และ28 โดยฉีดที่ต้นแขนซ้ายและขวา
กรณีแผลสัมผัสโรคระดับ III ต้องได้รับ Rabies Immunoglobulin (RIG) ร่วมในวันแรก และต้องฉีดคนละตำแหน่งกับวัคซีน
ฉีดหลังสัมผัสโรคหรือถูกกัด (Post-exposure: PEP) สำหรับผู้ที่เคยฉีดมาก่อน
หากได้รับวัคซีนครั้งสุดท้าย
- ภายใน 6 เดือน → ฉีดกระตุ้นเพียงแค่ 1 วัน (ในวันที่ 0) โดยเลือกฉีดเข้ากล้ามเนื้อ 1 เข็ม หรือเข้าในผิวหนัง 1 จุด
- เกิน 6 เดือน → ฉีดกระตุ้น 2 วัน (ในวันที่ 0 และ 3) วันละ 1 เข็ม โดยเลือกฉีดเข้ากล้ามเนื้อหรือเข้าในผิวหนัง 1 จุด หรือสามารถเลือกฉีดแบบเข้าในผิวหนังทีเดียว 4 จุดพร้อมกันในวันวันที่ 0 ครั้งเดียวจบก็ได้เช่นกัน
ข้อห้ามใช้
การฉีดหลังสัมผัสเชื้อ
-
เนื่องจากโรคพิษสุนัขบ้ามีอัตราการเสียชีวิตเกือบ 100% ไม่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน แม้ในหญิงตั้งครรภ์
การฉีดก่อนสัมผัสเชื้อ
- ควรเลื่อนการฉีด ในผู้ที่ตั้งครรภ์ มีไข้เฉียบพลัน
- ควรหลีกเลี่ยง ในผู้ที่มีโรคเรื้อรังรุนแรง โรคระบบประสาท ภาวะแพ้รุนแรง แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
ข้อควรระวัง
- ห้ามฉีดเข้าหลอดเลือดดำ
- ห้ามใช้กระบอกเดียวกันกับ Rabies Immunoglobulin
- ตรวจสอบฉลาก ลักษณะวัคซีน และวันหมดอายุก่อนใช้
- หลังผสมแล้วควรใช้ทันที
ข้อควรระวังสำหรับการฉีดเข้าชั้นผิวหนัง
- ต้องฉีดเข้าชั้นผิวหนังจริง ไม่ใช่ใต้ผิวหนัง
- หากฉีดผิดตำแหน่ง ต้องฉีดใหม่ทันที
- ควรใช้กระบอกอินซูลิน
- ต้องใช้เข็มและกระบอกใหม่ทุกคน
- หลังฉีดควรเห็นตุ่มนูนคล้ายผิวส้ม
- หลังผสมวัคซีนต้องเก็บที่ 2–8°C และใช้ภายใน 8 ชั่วโมง
อาการไม่พึงประสงค์
- อาการเฉพาะที่: ปวด แดง บวม คัน ก้อนแข็งบริเวณฉีด (โดยทั่วไปหายได้เอง)
- อาการทั่วไป: ไข้ต่ำ หนาวสั่น เวียนศีรษะ อ่อนแรง ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้หรืออาการทางระบบทางเดินอาหาร
- อาการแพ้รุนแรง เช่น ลมพิษ ภาวะแอนาฟิแล็กซิส ควรได้รับการรักษาจากแพทย์ทันที
สนใจฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าที่อินทัชเมดิแคร์ คลิกสอบถามได้เลย!หากพบอาการไม่พึงประสงค์อื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ ควรรายงานให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบ
บทความที่น่าสนใจ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
พ.ญ.สายนที ปรางค์นอก
แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป
แก้ไขล่าสุด : 11/08/2026
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

