“การหายใจ” เป็นกลไกธรรมชาติที่เราทำอยู่ตลอดเวลาจนบางครั้งอาจลืมไปว่าระบบนี้สำคัญแค่ไหน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดความผิดปกติขึ้นกับ “ระบบทางเดินหายใจ” ไม่ว่าจะเป็นแค่อาการจาม คัดจมูกเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงอาการไอเรื้อรังหรือหอบเหนื่อยรุนแรง สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเราโดยตรง
โรคระบบทางเดินหายใจเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยรอบตัว ทั้งการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ไปจนถึงมลภาวะและฝุ่นควันที่เราต้องเผชิญในทุกๆ วัน อาการของโรคมีตั้งแต่ระดับเบาที่สามารถหายได้เอง ไปจนถึงระดับวิกฤตได้ค่ะ
รวมข้อมูลที่ควรรู้เรื่องระบบทางเดินหายใจ
- โรคระบบทางเดินหายใจคืออะไร
- โรคระบบทางเดินหายใจมีสาเหตุจากอะไร
- โรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย

- แนวทางการรักษาโรคระบบการหายใจ

- วิธีป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
โรคระบบทางเดินหายใจคืออะไร
โรคระบบทางเดินหายใจ (Respiratory Diseases) คือ กลุ่มโรคที่เกิดความผิดปกติหรือมีการอักเสบ หรือการติดเชื้อในอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับกลไกการหายใจ ตั้งแต่จมูก ลำคอ หลอดลม ไปจนถึงปอด
ทำให้ประสิทธิภาพในการรับออกซิเจนและการขับคาร์บอนไดออกไซด์เข้าและออกจากร่างกายลดลง และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
โรคระบบทางเดินหายใจมีสาเหตุจากอะไร
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค มักมาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่:
- การติดเชื้อ: เช่น เชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อรา ซึ่งมักติดต่อกันได้ง่ายผ่านการสัมผัส หรือละอองฝอยจากการไอและจาม
- ปัจจัยภายนอกและภูมิแพ้: เช่น มลภาวะทางอากาศ (PM 2.5) สารเคมี ควันบุหรี่ หรือปัจจัยทางพันธุกรรมที่ทำให้ทางเดินหายใจไวต่อสิ่งกระตุ้นผิดปกติ
โรคทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย
- หวัด ติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจส่วนบน มีน้ำมูก จาม ไอ คัดจมูก พักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ มักหายเองได้ หากเกิน 1 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์
- ทอนซิลอักเสบ ต่อมทอนซิลบวมแดง กลืนอาหารแล้วเจ็บคอมาก อาจมีไข้สูง หากเจ็บจนกลืนน้ำลายลำบาก หรือมีไข้สูงเกิน 2-3 วัน ควรพบแพทย์
- คออักเสบ เยื่อบุลำคออักเสบ ระคายเคือง แสบคอ หรือมีเสมหะ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ ดื่มน้ำอุ่น หากเจ็บเรื้อรังหรือมีไข้สูง ควรไปพบแพทย์
- หอบหืด หลอดลมตีบแคบจากความไวต่อสิ่งกระตุ้น หายใจมีเสียงวี้ด เหนื่อยหอบ ควรพบแพทย์ เพื่อรับยาขยายหลอดลมและประเมินแผนควบคุมอาการ
- ไซนัสอักเสบ โพรงอากาศข้างจมูกอักเสบ ปวดตามใบหน้า โหนกแก้ม น้ำมูกข้นเขียว
หากปวดใบหน้ามาก หรือน้ำมูกมีกลิ่นเหม็น ควรพบแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะ
- หลอดลมอักเสบ หลอดลมบวม ไอมาก มีเสมหะ บางรายไอนานเป็นสัปดาห์ หากไอเรื้อรังเกิน 2-3 สัปดาห์ หรือไอมีเลือดปน ต้องรีบพบแพทย์
- ปอดอักเสบ ติดเชื้อในปอด (ปอดบวม) หอบเหนื่อย ไข้สูง หายใจลำบาก ต้องพบแพทย์ทันที อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทัน
- วัณโรค ติดเชื้อแบคทีเรียรุนแรงที่ปอด ไอเรื้อรัง น้ำหนักลด ไอเป็นเลือด ต้องพบแพทย์ทันที ต้องทานยาฆ่าเชื้อต่อเนื่อง 6-9 เดือน
- ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เนื้อปอดถูกทำลายถาวร (มักเกิดจากสูบบุหรี่) เหนื่อยง่ายแม้เดินปกติ ควรพบแพทย์ เพื่อรับยาพ่นชะลอความเสื่อมของปอด
- กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ถุงลมปอดอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน ขาดออกซิเจนรุนแรง ตัวเขียว เป็นภาวะฉุกเฉินวิกฤต ต้องเรียกรถพยาบาลและรับการรักษาใน ICU ทันที
แนวทางการรักษาโรคทางเดินหายใจ
กลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน
โรคที่พบบ่อยในกลุ่มนี้เช่น ไข้หวัดทั่วไป มักเน้น การรักษาตามอาการ เป็นหลัก โดยให้ผู้ป่วยรับประทานยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำให้มากๆ ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นฟูได้เอง แต่หากเป็นไซนัสอักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบ แพทย์อาจแนะนำให้ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือหรือกลั้วคอ และหากประเมินว่ามีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ก็จะมีการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะร่วมด้วย
กลุ่มโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่าง
เมื่อการติดเชื้อลุกลามลึกลงไป การรักษาจะมีความซับซ้อนขึ้น สำหรับหลอดลมอักเสบจะเน้นการใช้ยาละลายเสมหะและยาแก้ไอ แต่หากรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบ (ปอดบวม) ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาต้านเชื้อที่ตรงจุด อาจต้องให้ออกซิเจนเสริม และมักต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนโรคที่ต้องใช้ความอดทนสูงอย่างวัณโรคปอด หัวใจสำคัญคือผู้ป่วยต้อง รับประทานยาอย่างเคร่งครัดต่อเนื่อง 6-9 เดือน โดยห้ามหยุดยาเองเด็ดขาดแม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม
กลุ่มโรคเรื้อรังและภาวะฉุกเฉิน
สำหรับผู้ที่เป็นโรคเรื้อรังอย่างหอบหืด หรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เป้าหมายของการรักษาคือการประคับประคองและควบคุมอาการในระยะยาว ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยาพ่นสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบ พกยาพ่นขยายหลอดลมฉุกเฉิน และที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น โดยเฉพาะการงดสูบบุหรี่เด็ดขาด ในทางกลับกัน หากเกิดภาวะวิกฤตอย่างกลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน (ARDS) ถือเป็นนาทีชีวิตที่ผู้ป่วยต้องได้รับการสอดท่อและดูแลใกล้ชิดในห้องไอซียูทันที
วิธีป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ
- ใส่แมสก์ & ล้างมือบ่อยๆ: ไอเทมกันตาย! แค่ใส่หน้ากากเมื่อไปที่แออัดหรือฝุ่นเยอะ และหมั่นล้างมือให้เป็นนิสัย ก็ช่วยบล็อกเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายได้เกินครึ่งแล้ว
- หนีควันบุหรี่ & เลี่ยงคนป่วย: ควันบุหรี่คือศัตรูตัวร้ายของปอด พยายามเลี่ยงควันบุหรี่ทุกรูปแบบ และรักษาระยะห่างจากคนที่มีอาการไอจามเพื่อลดความเสี่ยงรับเชื้อ
- เคลียร์บ้านให้ปลอดฝุ่น: หมั่นทำความสะอาด ดูดฝุ่น ซักผ้าปูที่นอน และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทรับแสงแดด เพื่อบอกลาไรฝุ่นและเชื้อรา
- ดื่มน้ำให้ฉ่ำ & นอนให้พอ: การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยขับเสมหะและทำให้คอชุ่มชื้น ส่วนการนอนพักผ่อนให้เต็มอิ่มคือการบูสต์ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติที่ดีที่สุด
- ฉีดวัคซีนเสริมเกราะ: อย่าลืมอัปเกรดภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ด้วยการไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีค่ะ
ตรวจรักษาโรคระบบทางเดินหายใจได้ที่ อินทัชมดิแคร์คลินิกเวชกรรม คลินิกใกล้ฉัน มีหลายสาขา โดยทีมแพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจวินิจฉัย เพื่อหาสาเหตุของอาการป่วย ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด หลอดลมอักเสบ ภูมิแพ้ หรือหอบหืด
สาขาที่เปิดให้บริการทั้งหมด คลิกดูที่นี่ได้เลยค่ะพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองและวิธีหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และการเยี่ยมบ้านติดตามอาการหลังรับบริการค่ะ
สรุปแล้ว โรคระบบทางเดินหายใจเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้บางโรคอย่างไข้หวัดธรรมดาจะสามารถหายได้เองด้วยการพักผ่อน แต่ก็ยังมีอีกหลายโรค เช่น ปอดอักเสบ หอบหืด หรือวัณโรค ที่มีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์อย่างถูกต้องและทันท่วงที
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม
คลินิกเวชกรรม
แก้ไขล่าสุด : 20/08/2026
ตรวจสอบความถูกต้องโดย: พญ.ภัทราพร ศรีพระคุณ
อนุญาตให้ใช้งานภาพโดยไม่ต้องขออนุญาต เฉพาะในเชิงให้ความรู้ หรือเพื่อการศึกษาเท่านั้น โดยต้องให้เครดิตหรือแสดงแหล่งที่มาของ intouchmedicare.com

