ใส่กางเกงในซ้ำ มีกลิ่น ผื่นคัน เสี่ยงโรค

ใส่กางเกงในซ้ำ มีกลิ่น ผื่นคัน เสี่ยงโรค

รู้หรือไม่? ใส่กางเกงในซ้ำ อันตรายมากกว่าที่คิด เสี่ยงติดเชื้อลุกลามได้ โดยเฉพาะในผู้หญิงจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย! ในบทความนี้จะมาไขข้อสงสัย  ใส่กางเกงในซ้ำเป็นอะไรไหม? ทำไมต้องเปลี่ยนกางเกงใน ทุก 6 เดือน พร้อมแชร์เคล็ดลับดูแลรักษากางเกงในให้ห่างไกลเชื้อรา

เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับการใส่กางเกงในซ้ำ


ใส่กางเกงในซ้ำจะเป็นไรไหม

ใส่กางเกงในซ้ำจะเป็นไรไหม?

โดยทั่วไปแล้วการใส่กางเกงในซ้ำเพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งจะไม่เป็นไร แต่หากใส่ซ้ำหลายครั้งติดต่อกันอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอย่างอื่นตามมาได้ เนื่องจากกางเกงในเป็นแหล่งสะสมความชื้นและแบคทีเรียจากเหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ และสารคัดหลั่งอื่น ๆ จากร่างกาย ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อับชื้น เช่น บริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือทวารหนัก และสามารถก่อตัวเป็นกลิ่นเหม็นอับ ระคายเคืองผิวหนัง และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้

  โดยเฉพาะในผู้หญิง การใส่กางเกงในซ้ำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องคลอด เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย  

เนื่องจากช่องคลอดของผู้หญิงมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคทั้งสองชนิดนี้ ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้อาจเข้าสู่กระแสเลือดและทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายที่รุนแรงได้


ใส่กางเกงในซ้ำเกิดโรคอะไรได้บ้าง

การใส่กางเกงในซ้ำมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ดังนี้

ติดเชื้อในช่องคลอดจาการใส่กางเกงในซ้ำ

ติดเชื้อในช่องคลอด

เชื้อราและเชื้อแบคทีเรียที่สะสมจากกางเกงในตัวเก่า อาจทำให้เกิดภาวะการติดเชื้อในช่องคลอดได้ เช่น โรคเชื้อราในช่องคลอด (vaginal candidiasis) โรคช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis) และโรคหนองในแท้ (gonorrhea)

ใส่กางเกงในซ้ำโดยไม่ซักทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

เชื้อแบคทีเรียที่สะสมจากกางเกงในที่เราใส่ซ้ำ อาจเข้าสู่ท่อปัสสาวะและไต ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้

ติดเชื้อที่ผิวหนัง

ติดเชื้อที่ผิวหนัง

เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่สะสมจากกางเกงใน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังหรือบริเวณอวัยวะเพศได้ เช่น กลาก เกลื้อน และผื่นคัน


ตรวจภายในและมะเร็งปากมดลูก


อาการที่เกิดจากการใส่กางเกงในซ้ำ

อาการเบื้องต้นที่มักพบบ่อย ได้แก่ มีกลิ่นเหม็นอับ คันช่องคลอด ตกขาว มีผื่น แดง คัน บริเวณอวัยวะเพศ ช่องคลอด หรือทวารหนัก

นอกจากนั้น อาจมีอาการติดเชื้อในร่างกาย เช่น การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อราในช่องคลอด หรือการติดเชื้อที่ทวารหนัก เป็นต้น


วิธีป้องกันกางเกงใน ชุดชั้นใน จากเชื้อรา

กางเกงใน ชุดชั้นใน ที่ไม่สะอาด จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อได้ (โดยเฉพาะเชื้อรา) ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

วิธีป้องกันชุดชั้นใน จากเชื้อรา
  • ซักทันทีหลังใช้งาน ไม่ควรทิ้งกางเกงในที่เปียกชื้นไว้ในตะกร้าผ้า เพราะจะทำให้กางเกงในอับชื้นและเป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา ควรซักทันทีหลังใช้งาน และตากให้แห้ง

  • ใช้น้ำยาซักผ้าที่มีสารต้านเชื้อรา ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้

  • ตากให้แห้งสนิท ควรตากชุดชั้นในหลังซักไว้ในที่ร่มที่มีแสงแดดส่องถึง เพราะแสงแดดจะช่วยฆ่าเชื้อราได้

  • เปลี่ยนกางเกงในบ่อยๆ ควรเปลี่ยนกางเกงในอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หากมีเหงื่อออกมาก ก็ควรเปลี่ยนให้บ่อยกว่านั้น สำหรับผู้หญิงที่มีประจำเดือนหรือมีปัญหาตกขาว ก็ควรเปลี่ยนกางเกงในเมื่อกางเกงในเริ่มมีคราบตกขาวหรือเปื้อนประจำเดือน

  • ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้าและตะกร้าผ้าเป็นประจำ เพื่อกำจัดความชื้นและเชื้อราที่อาจสะสมอยู่

  นอกจากนี้ หากกางเกงในขึ้นราแล้ว ก็ควรรีบนำไปทิ้งทันที เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา ที่อาจแพร่กระจายไปยังเสื้อผ้าตัวอื่น ๆ

ทำไมต้องเปลี่ยนกางเกงใน ทุก 6 เดือน

โดยปกติแล้ว แนะนำให้เปลี่ยนกางเกงในทุก 6 เดือน หรือเร็วกว่านั้นหากพบว่ากางเกงในเสื่อมสภาพแล้ว เช่น ขึ้นรา ขอบยางยืดย้วย เนื้อผ้าบางลงหรือแข็งกระด้าง มีรู หรือมีกลิ่นอับ เป็นต้น

โดยเหตุผลที่เราควรเปลี่ยนกางเกงในทุก 6 เดือน มีดังนี้

การใส่กางเกงในซ้ำโดยไม่ซักเป็นการสร้างแหล่งสะสมของเชื้อโรค

มีเชื้อโรคสะสม กางเกงในที่ใช้งานมานาน จะมีโอกาสสะสมเชื้อโรคได้มากขึ้น โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่าง ๆ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคหนองใน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้น

ซื้อชุดชั้นในใหม่เมื่อเสื่อมสภาพ

เสื่อมสภาพการใช้งาน กางเกงในที่ใช้งานมานานจะมีความยืดหยุ่นลดลง เนื้อผ้าแข็งกระด้างหรือบางลง ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง หรือทำให้อวัยวะเพศมีโอกาสสัมผัสกับสิ่งสกปรกได้มากขึ้น


อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของกางเกงในยังมีอีกหลายอย่าง เช่น คุณภาพของเนื้อผ้า วิธีการซัก และการดูแลรักษากางเกงใน ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อกางเกงในที่ทำจากเนื้อผ้าที่มีคุณภาพดี ซักทำความสะอาดให้ดี และตากในที่ร่มให้แห้งสนิท เพื่อสุขอนามัยที่ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ อาการคันช่องคลอด  และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของกางเกงในให้นานขึ้นอีกด้วย และหากเปลี่ยนกางเกงในและทำความสะอาดเป็นอย่างดีแล้วแต่อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆยังไม่หายไป ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างตรงจุด

 

 


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

  Hot Line 081-562-7722 กดโทรออก

สนใจทักแชท

  @qns9056c

  อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม


เรียบเรียงโดย อินทัชเมดิแคร์คลินิกเวชกรรม
 แก้ไขล่าสุด : 18/12/2023

hit counter


เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้